กลับมาแล้วคร้าบบบ 
 
กลับมาท่ามกลางบรรดาอาหารเจเต็มท้องถนนไปหมด หันไปทางซ้ายก็เจอ หันไปทางขวาก็เจอ .. เพราะว่าช่วงนี้เป็นเทศกาลถือศีลกินเจนั่นเองล่ะครับ
 
สำหรับผู้ที่ติดตามบล็อกนี้มาตั้งแต่แรกๆ ก็คงจะพอทราบว่าปกติแล้วช่วงกินเจผมก็จะอัพเฉพาะเมนูอาหารเจ เนื่องจากว่าตัวผมเองกินเป็นปกติทุกปีอยู่แล้วครับ
ปีนี้ก็เช่นกัน ผมก็ไม่พลาดที่จะทำอาหารเจใหม่ๆ ให้ได้ชมกัน .. แต่ออกจะล่าช้ากว่าทุกปีไปสัก(ไม่)หน่อยนะครับ Foot in mouth ก็ด้วยภารกิจมากมายหลายหลาก ทำให้ไม่ค่อยมีเวลาทำอาหารเท่าที่ควร นี่ก็เพิ่งได้ทำจริงๆ จังๆ เมื่อ 2 วันที่ผ่านมานี้เองครับ
 
เอาล่ะ มาดู 2 เมนูแรกของปีนี้กันเลยดีกว่าครับ
 
 
 
เมนูที่ 1 .. เต้าหู้ผัดพริกไทยดำ
 
 
 
กลิ่นและรสของพริกไทยดำ ยังทำให้ผมโปรดปรานอยู่ได้ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นเมนูแรกที่คิดขึ้นได้จึงเป็นจานนี้ครับ
 
 
ส่วนประกอบ:
     - เต้าหู้ 1 ก้อน
     - แครอท
     - เห็ดหอม
     - พริกหวาน 3 สี
     - พริกไทยดำบดใหม่ๆ
 
 
เริ่มจากการทอดเต้าหู้ให้กรอบนอกนุ่มในกันก่อนเลยครับ
 
 
จากนั้นเรามาผัดเครื่องต่างๆ กันครับ
 
เริ่มจากผัดเห็ดหอมกับแครอทในน้ำมันร้อนๆ สักพัก
จากนั้นตามด้วยพริกหวานทั้งหมด
ปรุงรสด้วยซอสเห็ดหอม ซอสปรุงรส ซีอิ๊วขาว ตัดรสด้วยน้ำตาลทรายปลายช้อน ผัดให้เข้ากัน
(ถ้าชอบแบบน้ำขลุกขลิก เติมน้ำซุปผักหรือน้ำเปล่าเล็กน้อย)
ใส่พริกไทยดำ ผัดอีกสักพักจนเครื่องปรุงเคลือบส่วนประกอบทั่วดี
ใส่เต้าหู้ทอดลงไปคลุก .. เป็นอันเสร็จ
 
 
ตักใส่จานเตรียมเสิร์ฟ
 
 
สีสวยมาก
 
 
น้ำขลุกขลิกแบบนี้ คลุกข้าวอร่อยนักแล
 
 
เค็มนำ หวานตาม พร้อมกับรสเผ็ดร้อนของพริกไทยดำ
 
เติมข้าวแทบไม่ทัน Surprised
 
 
= ตบท้าย =
   ทอดเต้าหู้ก่อน เพื่อเวลาผัดจะได้ไม่เละ อีกอย่างผิวกรอบๆ จะให้สัมผัสที่ดีกว่า (สำหรับผมนะครับ)
  
==================================================
 
 
 
 
เมนูที่ 2 .. เห็ดอบวุ้นเส้น
 
 
 
มื้อเย็น อยากกินอะไรที่ไม่หนักมาก แล้วก็ทำง่ายๆ เสร็จไวๆ สุดท้ายก็ได้ออกมาเป็นจานนี้ครับ
 
 
 
ส่วนประกอบ:
     - วุ้นเส้น แช่น้ำให้นิ่ม
     - เห็ดต่างๆ (วันนี้ผมใช้เห็ดออรินจิ, เห็ดหอมสด และเห็ดนางรม)
     - ขิงซอย (ใช้ขิงแก่หั่นแว่นแบบปกติก็ได้เช่นกันครับ แต่นี่ผมจะใช้ขิงซอยทำอย่างอื่นด้วย เลยซื้อแบบนี้มาแทน)
     - พริกไทยบดหยาบ
     - คื่นช่าย (ผมใช้เซเลอรี่)
 
 
วิธีทำ ง่ายๆ เลย .. คราวนี้ทำในไมโครเวฟนะครับ
 
นำเห็ดที่ล้างและหั่นเรียบร้อยแล้วเรียงใส่ภาชนะมีฝาปิดที่เข้าไมโครเวฟได้
จากนั้นใส่ขิง และพริกไทยบด ปิดฝา นำใส่ไมโครเวฟประมาณ 1 1/2 นาที
ระหว่างนี้ นำวุ้นเส้นมาปรุงรสชาติ โดยใส่ซอสเห็ดหอม ซอสปรุงรส ซีอิ๊วขาวเล็กน้อย น้ำตาลนิดหน่อย และซีอิ๊วดำอีกนิดๆ (ถ้ากลัวแห้ง ใส่น้ำเปล่าได้ครับ ผมใส่เพิ่มไปประมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ) คลุกให้เข้ากัน
ครบเวลาแล้ว นำเห็ดออกจากเตา
 
 
นำวุ้นเส้นที่ปรุงรสเรียบร้อยแล้ว วางลงบนเห็ด ปิดฝา แล้วนำเข้าอบต่ออีกประมาณ 2 1/2 - 3 นาที
ครบเวลา นำออกจากเตา แล้วใส่คื่นช่าย ปิดฝา อบต่ออีกราว 1/2 - 1 นาที
 
 
เรียบร้อยแ้ล้ว นำออกมาจากเตา คลุกให้เข้ากันอีกรอบ เป็นอันเสร็จ
 
 
จัดใส่จาน เตรียมใส่ปาก
 
 
ดูใกล้ๆ อีกสักนิด
 
 
สุดท้ายละครับ
 
 
กลิ่นพริกไทยกับขิงหอมเตะจมูกมากๆ Undecided
 
อิ่มแบบเบาๆ ในมื้อเย็น
 
 
= ตบท้าย =
   วุ้นเส้นออกมานุ่มกำลังดี เพราะว่าใส่น้ำค่อนข้างเยอะตอนเตรียมวุ้นเส้น
   ระยะเวลา ขึ้นอยู่กับกำลังไฟของเตาแต่ละอันด้วยนะครับ ทางที่ดี ค่อยๆ นำเข้าเวฟทีละ 1 นาทีก่อนก็ได้ครับ
  
 
 
 
*** ยังไม่รู้ปีนี้จะสามารถอัพได้ทั้งหมดกี่เมนูนะครับ เพราะนี่ก็ครึ่งเทศกาลเข้าไปแล้ว เพิ่งจะเริ่มอัพได้แค่ 2 เมนูเอง  T____T
 

 
 
 

 

คั่วกลิ้งหมู ฉึกๆ

 

อยู่ดีๆ "คั่วกลิ้ง" ก็กลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงแซงหน้าอาหารหลายๆ อย่างขึ้นมาเป็นของชอบของผมหน้าตาเฉย

ด้วยเหตุอันใดก็ไม่ทราบได้ แต่พักหลังมานี่ชอบสั่งคั่วกลิ้งกินบ่อยมากๆ แม้จะรู้ว่ามันเผ็ดขนาดกินทีไรลิ้นห้อยทุกที แต่ก็ยังสั่งอยู่นั่น Foot in mouth Foot in mouth

 

 

 

ไหนๆ ก็ไหนๆ ละ ลองทำกินเองมันซะเลยดีกว่า

 

 

ส่วนประกอบ:
     - หมูสับ (หรือไก่, เนื้อ ต่างๆ ตามชอบ)
     - พริกแกงคั่วกลิ้ง
     - ใบมะกรูดหั่นฝอย
     - ตะไคร้ซอยละเอียด
     - น้ำปลา, เกลือ

 

วิธีทำ:
นำพริกแกงลงคั่วในกระทะจนพริกแกงเริ่มสุก ได้กลิ่นหอมฟุ้ง (ไม่ใช้น้ำมันนะครับ)
จากนั้นตามด้วยหมูสับ ผัดให้เข้ากัน จะสังเกตเห็นว่าหมูจะคายน้ำออกมา .. ไม่เป็นไร ผัดต่อไป
เมื่อหมูสุกแล้ว ใส่ตะไคร้ซอย และใบมะกรูด พร้อมปรุงรสด้วยน้ำปลา และเกลือเล็กน้อย (ค่อยๆ ปรุงรส แล้วชิมนะครับ เพราะพริกแกงแต่ละร้านเค็มไม่เท่ากัน .. ถ้าไม่เค็มพอค่อยปรุงเพิ่ม)
จากนี้ก็คั่วต่อไปเรื่อยๆๆๆๆๆ

 

คั่วจนกระทั่งแห้ง (จะสังเกตเห็นว่าหมูในกระทะเริ่มกลิ้งได้) เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

 

 

นี่ละครับ หลังจากคั่วอยู่พักใหญ่ "คั่วกลิ้งหมู ฉึกฉึก" ของเราก็ออกมาหน้าตาแบบนี้ Cool

 

ถ้าจะกินกับข้าวเฉยๆ ก็จะดูเก่งกล้าเกินไป จึงต้องหาตัวช่วยมาบรรเทาความเผ็ดซะหน่อย

ไข่เจียวกรอบๆ

 

ทีนี้ละ ครบเซ็ต

 

จัดไป 1 จานใหญ่ๆ

 

Undecided Undecided Undecided ซี้ดซ้าดปาดปาก  Undecided Undecided Undecided

 

= ตบท้าย =
   จากข้อมูลหลายๆ แหล่ง .. การทำคั่วกลิ้ง จะไม่ใช้น้ำมันครับ เพราะต้องการให้อาหารออกมาแห้งๆ เพื่อจะได้เก็บไว้ได้นาน เป็นการถนอมอาหารอย่างหนึ่ง
   แต่บางครั้ง มีการใช้น้ำสะอาดเล็กน้อยในการคั่่วพริกแกง คาดว่าแค่เป็นการป้องกันพริกแกงไหม้ติดกระทะ น้ำส่วนนี้จะไม่มีผลต่ออาหาร เพราะว่าเราต้องคั่วจนแห้ง
   อาจต้องลองทำหลายครั้ง จากพริกแกงหลายเจ้า .. เพื่อให้ได้รสชาติที่ถูกใจ
   รสชาติหลักคือเผ็ด เค็ม

 

 

================================================

 

จึ้กๆ ล้านครั้ง

 

Pages Viewed ทะลุล้านแล้วคร้าบบบบบบ   ^______________________^

 

 

ขอบคุณทุกคนมากๆๆๆๆๆๆๆ ครับ  ( ^   /\   ^ )

ขอบคุณสำหรับการติดตาม คำแนะนำ/ติ/ชม ทั้งหมดนะครับ

คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าจะได้มากถึงขนาดนี้

จากนี้ต่อไป ผมจะพยายามทำให้ดียิ่งขึ้นเรื่อยๆ ครับ

 

**ตอนนี้เริ่มหัดทำขนมปังแล้ว คาดว่าจะได้เอามาอวดในเวลาอันใกล้นี้ .. โปรดติดตามและเป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ Embarassed

ขอบคุณอีกครั้งครับผม

 

 

ปล. คาดว่า 1/4 ของจำนวนเพจวิวทั้งหมด อาจเกิดจากผมเอง Kiss

 

 

 

ผักโขมอบชีส

posted on 27 Aug 2010 08:53 by googigg in Menu, The-Hotness

ได้ใช้เตาอบอีกแล้วววว ^^ (จริงๆ แล้วใช้ไม่ค่อยคุ้มเล้ยยย 55)

ผลิตผลลำดับที่ 4 จากเตาอบ ออกมาเป็นรูปเป็นร่างดังที่จะได้เห็นข้างล่างนี้ล่ะครับ

*** ใครที่ชอบชีสท่วมๆ ล้นทะลัก น่าจะถูกใจเมนูนี้เช่นเดียวกับผมนะครับ

 

 

 

 

ปกติเวลาไปร้านพิซซ่า ผักโขมอบชีส เป็น 1 ในเมนูที่จะ(พยายาม)สั่งเป็นประจำ

เหตุเพราะ ความหลงใหลในรสชาติ รวมทั้งความหอมของชีสที่อบเสร็จใหม่ๆ นี่แหละครับ
อีกอย่าง เมนูนี้ผักเยอะ จึงสามารถช่วยบรรเทาความรู้สึกว่ากินแล้วอ้วนได้เป็นอย่างดี (ใช่มั้ย?? )

 

และนี่ ก็เป็นเมนูที่ตั้งใจไว้นานแล้วว่าจะต้องทำแน่ๆ หากเมื่อใดก็ตามที่มีเตาอบมาไว้ในครอบครอง .. เวลานั้น มาถึงแล้วครับ
มาเริ่มลงมือกันเลยดีกว่า

 

 

ส่วนประกอบ:
     - ผักโขมแช่แข็ง
     - หอมหัวใหญ่
     - กระเทียม
     - นม
     - เนยเค็ม
     - พริกไทยดำบด
     - เกลือ
     - แป้งสาลี
     - Mozzarella Cheese
     - Parmesan Cheese
     - ไส้กรอก, แฮม, เบคอนทอด (Optional)

 

สับกระเทียมกับหอมหัวใหญ่

 

ผักโขมแช่แข็ง ตั้งทิ้งไว้ให้น้ำแข็งละลาย(หรือละลายในไมโครเวฟ) บีบน้ำออกให้แห้ง แล้วนำไปสับ

 

วิธีทำ:
ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันนิดๆ จากนั้นใส่เนยเค็ม
เมื่อเนยละลาย ใส่หอมหัวใหญ่กับกระเทียมลงผัด .. ผัดจนกระทั่งสุก
ใส่แป้งสาลี แล้วคนเร็วๆๆๆๆ
จากนั้นใส่นม คนๆๆๆ อีก

 

ใส่ผักโขม ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย ผัดให้เข้ากัน
ใส่ชีสไปส่วนนึง เพือความหอมมัน และยืดๆ .. ปิดไฟ แล้วคนจนกระทั่งชีสละลาย
ปล. รูปขวาล่าง เป็นการทำอีกครั้งนึงนะครับ ลักษณะจะแห้งๆ กว่านิดหน่อย

 

ตักใส่จานทนความร้อน
วางทับด้วยไส้กรอก (หากต้องการเพิ่มความอร่อย)
โรยทับด้วย Mozzarella Cheese แล้วตามด้วย Parmesan Cheese อีกชั้นนึง
** ช่วงนี้ อุ่นเตาอบรอไว้ก่อนเลยนะครับที่อุณหภูมิ 180 องศา

 

นำเข้าเตาอบประมาณ 15 นาที  (ช่วง 5 นาทีแรก ผมใช้ไฟล่างอย่างเดียว เพื่อให้ตัวผักสุกและแห้งลงกว่าเดิม จากนั้น เปลี่ยนเป็นไฟบน เพื่อความเกรียมของหน้าชีสครับ)

 

เสร็จแล้วครับ หน้าเกรียมไปนิด

 

แถมข้างล่างยังแฉะเกินไปหน่อย

 

แต่ก็ให้อภัยตัวเองได้ ชีสท่วมทุ่งล่อตาล่อใจซะขนาดนี้

 

ท่วมจริงๆ พิสูจน์ได้

 

ทำครั้งต่อมา มีการใส่เบคอนกรอบด้วยนะเออ

 

ครั้งนี้หน้าสวยหน่อย เกรียมแต่พองาม

 

โรยเบคอนลงไป  เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของห่วงยางรอบเอว

 

อิ่ม

อืด

อ้วน 

 

 

 

ปล. เมนูจากเตาอบ
     ลำดับที่ 1: Homemade Pizza
     ลำดับที่ 2: ไก่อบพริกไทยดำ
     ลำดับที่ 3: Honey Toas