อาหารต้านโรคของเอเชีย

posted on 17 Jul 2008 15:54 by googigg  in Article

กลับมาอีกครั้งกับบทความ อาหารต้านโรค แต่วันนี้จะกล่าวถึงเฉพาะ

อาหารต้านโรคของเอเชีย

 ซึ่งบทความได้กล่าวไว้ว่า ...

 

นักวิจัยทางโภชนาการต่่างยกนิ้วให้อาหารยอดนิยมหลายชนิดของภูมิภาคเรา

#ผักกาดเขียวก้านขาว

Credit: http://guru.sanook.com/picfront/main/1945314122007040749.jpg

มีสารประกอบที่เรียกว่า ไอโซไทโอไซยาเนต ซึ่งจะปล่อยออกมาเมื่อเราเคี้ยว พบว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคมะเร็งปอด จากการศึกษาผู้ชายในนครเซี่ยงไฮ้จำนวน 18,244 คน อายุระหว่าง 45 ถึง 64 ปี พบว่า หากตรวจพบสารดังกล่าวในปัสสาวะ จะมีอัตราเสี่ยงต่อโรคมะเร็งปอดต่ำกว่าปกติถึง 36% และพบผลคล้ายคลึงกันเมื่อมีการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างอาหารกับมะเร็งลำไส้ ใหญ่ในชาวสิงคโปร์

 

#กระเทียม

Credit: http://www.thaifoodtoworld.com/data/ingredient/garlic1.jpg

การศึกษาที่กรุงนิวเดลีในปี 2545 สรุปว่า กระเทียมเป็นวิธี "ถูกสตางค์" ที่สุดในการป้องกันโรคหัวใจ นักวิทยาศาสตร์เห็นด้วยว่า ส่วนประกอบของกระเทียมมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันโรคหัวใจล้มเหลว เชื่อกันว่าพลังบำบัดมาจากส่วนประกอบที่เรียกว่า อัลลิซิน ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อกระเทียมถูกหั่นหรือบด การศึกษาในสหรัฐฯ พบว่าอัลลิซินช่วยป้องกันการจับตัวของเกล็ดเลือดที่ผนังหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งเป็นตัวการทำให้เกิดโรคหัวใจ

 

#ชา

Credit: http://farm1.static.flickr.com/147/371824942_f7a5bd3fb4.jpg

นักวิจัยพบว่า ชามีผลต่อระดับคอเลสเตอรอลในกระแสเลือด ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญของการเกิดโรคหัวใจและความเสี่ยงต่อการเกิดหัวใจล้ม เหลว การศึกษาที่สหรัฐฯ ในปี 2545 ระบุว่าชาสามารถลดระดับคอเลสเตอรอลตัวร้ายลงโดยเฉลี่ย 10% โดยเฉพาะชาเขียว ซึ่งมีฤทธิ์ต่อต้านโรคมะเร็ง การศึกษาในญี่ปุ่นเมื่อปี 2541 พบว่าการดื่มชาเขียววันละสิบถ้วยหรือมากกว่า สามารถชะลอการเกิดโรคมะเร็งได้เกือบ 9 ปีในผู้หญิงและ 3 ปีในผู้ชาย

 

#มะม่วง

Credit: Googigg..

การศึุกษาด้านโภชนาการในอินเดียระบุว่า มะม่วงเป็นแหล่งสำคัญของเบตาแคโรทีนและวิตามินเอ ซึ่งมีอิทธิพลต่อความไวในการรับโรคติดเชื้อ ระยะในการดำเนินโรค และผลของโรค
การ ศึกษาที่เยอรมนีในปี 2546 พบว่าลูกหนูที่ได้รับสารอาหารเสริมเบตาแคโรทีนและวิตามินเอจะมีระดับของ โปรตีนที่สร้างระบบภูมิคุ้มกันสูงกว่าลูกหนูที่ไม่ได้รับอาหารเสริม วิตามินเอยังพบได้ในอาหารจำพวก ตับและไข่แดง ขณะที่ผลไม้อย่างมะม่วงก็จัดว่าเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพอย่างแท้จริง เพราะเป็นแหล่งของวิตามินเอและเบตาแคโรทีน ที่สำำคัญเรายังสามารถบริโภคมะม่วงได้มากเท่าที่ต้องการ

 

ขอให้สุขภาพดีกันทุกคนคับ .. การเลือกกินอาหารดีๆ ก็จะทำให้เราห่างจากโรคทั้งหลายได้นะคับ

 

แหล่งข้อมูล: หนังสือ Reader's Digest สรรสาระ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ

#1 By ยังคง... on 2008-07-17 15:57

อาหารชุดนี้สามารถรับได้หมดทุกอย่างค่ะ

#2 By V@R on 2008-07-17 16:03

ความรู้ดีๆมาอีกแล้วconfused smile
ทานทุกอย่างได้หมด ยากเว้น....กระเทียม.... เค้าเป็นแดร๊กคูล่าแล้วหรือนี่!!!???

ปล. ขอบคุณสำหนับบทความดีๆนะคะ

#4 By ฺBear-killer on 2008-07-17 20:34

ดีจังอย่างน้อยผมก็ยังดื่มชา และทานมะม่วงได้อย่างไม่ลำบากใจ

ผมไม่ค่อยถูกกับผักแต่ก็ทานนะครับ แต่คงไม่ได้ทานเยอะเท่ามะม่วงและชา อิอิ

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ ครับ

#5 By [the little gentalchoco] on 2008-07-17 20:39

มะม่วงมันก้กินแล้วอ้วนได้นะ >.>!!

#6 By Aelita~[-X-]~ on 2008-07-17 20:42