ดิำำพถั่วแระญี่ปุ่น
posted on 05 Aug 2008 11:22 by googigg in Menu, The-Hotness
เมื่อวานนี้ได้ทำการเปลี่ยนหัวบล็อคและแบคกราวด์ใหม่ และได้ทำอาหารมาเรียกน้ำย่อยกันถึง 2 อย่าง
ดูได้จาก >> ที่นี่ <<
และ 1 ในอาหาร 2 อย่างนั้นก็คือ ดิพถั่วแระญี่ปุ่น ซึ่งใช้จิ้มได้ทั้งผัก ผลไม้ ซีฟู้ด ข้าวเกรียบ แครกเกอร์ หรือแม้กระทั่งใช้ทาขนมปังก็ยังได้
ก็อย่างทีึ่บอกไว้ในเอนทรี่ที่แล้วนะคับว่าจะนำวิธีการทำมาลง เพราะฉะนั้น เพื่อไม่ให้เป็นการทิ้งช่วงนานเกินไป เลยขอแทรกคิวอื่นๆ ที่เตรียมไว้ โดยเอาอันนี้มาให้ชมกันก่อนนะคับ
**สูตรนี้ได้มาจากหนังสือ Health & Cuisine ฉบับเก่ามากแล้วคับ ในสูตรเค้าใช้ถั่วลันเตาหวาน แต่ผมดัดแปลงมาใช้เป็นถั่วแระญี่ปุ่นแทนคับผม **
ส่วนประกอบ:
- ถั่วแรกญี่ปุ่น 2 ขีด (ทั้งเปลือก)
- โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย
- เกลือป่นนิดหน่อย
- พริกไทยดำป่นนิดหน่อย
- น้ำผึ้งนิดหน่อย
- น้ำมะนาวนิดหน่อย ..... จะนิดหน่อยอีกนานมั้ย ???
รูปส่วนประกอบอีกที .. แต่รูปนี้แกะเปลือกถั่วแล้ว
เริ่มลงมือแล้วนะคับ
ถั่วแระญี่ปุ่นแกะเปลือกนอกออก แล้วลอกเปลือกบางๆ ที่หุ้มเมล็ดถั่วออกด้วย .. สรุป เอาแต่เนื้อถั่ว
ใส่โถ เตรียมปั่น
เริ่มปั่นๆๆ พอหยาบๆ ก่อนนะคับ
จากนั้นใส่โยเกิร์ต
ปั่นต่อไป จนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน ประมาณนี้
เติมเกลือ พริกไทยป่น น้ำมะนาว และน้ำผึ้ง อย่างละนิดหน่อย แล้วปั่นต่อให้เข้ากัน
เสร็จแล้วคับ ง่ายแค่นี้เอง
(รูปนี้ลงทุนเอาไปตั้งที่ขอบระเบียง เสี่ยงต่อการตกไปโดนรถชาวบ้านมากๆ
ไม่รู้เหมือนกันทำเพื่ออะไร ยิ่งซุ่มซ่ามทำนู่นนี่ตกอยู่เรื่อย
)
และสิ่งที่เราจะนำมาดิพในวันนี้ มีดังต่อไปนี้
วนตามเข็มนาฬิกาเข้าหาตรงกลาง .. ข้าวโพดอ่อนลวก, เบบี้แครอท, เซลเลอรี่, แครอท และกุ้งลวก
จริงๆ มีแอปเปิ้ลเขียวด้วย แต่คิดได้ทีหลัง เลยไม่ได้รวมอยู่ในเซ็ต (ถ่ายรูปไปแล้ว)
จัดจานกันหน่อย เพื่อความสวยงาม
อีกมุมนึง .. รูปนี้รู้สึกจะซ้ำกับเอนทรี่ที่แล้ว 
ลักษณะมันจะข้นๆ หน่อย รสชาติมันก็เปรี้ยวๆ น่ะคับ มีความมันของถั่วอยู่ด้วย แต่อาจจะเหม็นเขียวนิดหน่อย ก็กลิ่นถั่วแหละคับ
** ทำเสร็จแล้วแช่เย็นก่อนเสิร์ฟนะคับ จะอร่อยมากขึ้น **
วันนี้ไม่มี ปล.
################################################
ช่วง สรรพคุณ
ในโยเกิร์ตมีแบคทีเรียที่ดี ได้แก่ แลคโตบาซิลัส เอซิโดฟิลลัส
( Lactobacillus acidophillus) แลคโตบาซิลัส บัลการิคัส ( Lactobacillus bulgaricus)
และ สเตรปโตคอคคัส เทอร์โมฟิลลัส (Streptococcus thermophillus)
คุณประโยชน์จากโยเกิร์ต
1. โยเกิร์ตย่อยง่าย เพราะน้ำตาลแลคโตสเป็นตัวหลักที่ทำให้เกิดการแพ้นมหรือ
ท้องเสียถูกเปลี่ยนเป็นกรดแลคติกที่ย่อยง่าย นอกจากนนี้แบคทีเรียในโยเกิร์ตยังมีเอนไซม์
ช่วยย่อยโปรตีนนม เคซีน ซี่งเป็นโปรตีนย่อยยาก ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมได้ง่ายขึ้น
ลดปัญหาภูมิแพ้ต่อน้ำตาลแลคโตสและ โปรตีนเคซีน
2. เสริมสร้างภูมิคุ้มกันและช่วยยับยั้งจุลชีพที่ไม่เป็นมิตรในลำไส้ กรดแลคติคจะช่วยต่อต้าน
จุลชีพที่อาจให้โทษต่อร่างกายเช่น เชื้อซัลโมเนลา (Salmonella typhidie)
อี โคไล ( E. Coli) โคลินแบคทีเรีย( Corynebacteria diphtheriae)
ทำให้เชื้อเหล่านี้ไม่สามารถทำอันตรายต่อร่างกายได้ เราควรจะรับประทานโยเกิร์ตอย่างสม่ำเสมอ
เพื่อให้มีกลุ่มแบคทีเรียที่ดีอาศัยอยู่ภายในลำไส้
3. เป็นแหล่งวิตามิน บี โดยเฉพาะวิตามิน บี1(ไรโบฟลาวิน)
แบคทีเรียในโยเกิร์ตยังช่วยสังเคราะห์วิตามิน บีและวิตามิน เค ในลำไส้
4. ช่วยรักษาโรค ท้องเสีย ท้องเดิน และแผลในกระเพาะ
จากการวิจัยพบว่าผู้ป่วยเด็กหายจากอาการท้องเสียเร็วขึ้น หลังจากได้รับประทานโยเกิร์ต
5. ช่วยทำให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมดีขึ้น กรดแลคติคในโยเกิร์ตช่วยทำให้การย่อย
แคลเซียมในนมดีขึ้นและทำให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมง่ายขึ้น
6. เป็นแหล่งโปรตีนชั้นดี ในโยเกิร์ตจะมีโปรตีนมากกว่าในนม 20%
และยังเป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย ร่างกายสามารถดูดซึมไปใด้ด
7. ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ แลคโตบาซิลัสช่วยควบคุมปริมาณโคเลสเตอรอล
และไตรกลีเซอไรด์ในเลือดได้
8. ช่วยป้องกันมะเร็ง แลคโตบาซิลัสสามารถจับกับสารก่อมะเร็ง
สามารถจับกับโลหะหนัก และกรดน้ำดีซึ่งมีพิษ แลคโตบาซิลัสช่วยยับยั้งกลุ่มแบคทีเรีย
ในลำไส้ที่สร้างสารไนเตรทได้ (สารในเตรทเป็นสารก่อมะเร็งตัวหนึ่ง) และแลคโตบาซิลัส
ยังช่วยเปลี่ยนสารฟลาโวนอยด์จากพืชให้เป็นสารต้านมะเร็งได้
Credit: http://www.siamsquareshop.com/b28/plusplusplus/
################################################

อยากชิมบ้างจังเลยค่ะ
เมื่อไหร่จัดปาร์ตี้ ชาวบล๊อก คงต้องขอชิมบ้างนะคะ
#1 By Kaeyjung on 2008-08-05 11:43