เมื่อวานได้ไป Birthday Dinner ที่ห้องอาหาร The World ในโรงแรม Centara Grand at Central World Bangkok มาครับ บรรยากาศดีมากๆๆๆ แต่อาหารไม่ค่อยประทับใจเท่าไรเลย

.. เดี๋ยวจะทำรีวิวมาให้ชมกันนะครับ

=======================================

 

เนื่องด้วยกลัวว่าทุกๆ ท่านจะกระเพาะแตกกันซะก่อน ฉะนั้น วันนี้จึงขอพัก Asian Food Fest. ไว้ก่อนครับ

แต่ก็ไม่ได้พักไปเฉยๆ นะครับ ผมมีเรื่องราวของ น้ำมันมะกอก (Olive Oil) มาฝากกันครับ

มีทั้งประวัติความเป็นมา ประเภทของน้ำมันมะกอก ประโยชน์ รวมถึงการนำมาใช้อีกด้วย .. มาติดตามกันได้เลยค้าบบบ

=======================================

 

น้ำมันมะกอก (Olive Oil)


Credit: http://www.zazana.com/picupload/images/81643images.jpg

 

แม้อาหารทางบ้านเราจะไม่นิยมใช้ "น้ำมันมะกอก" ในการประกอบอาหารมากนัก แต่รู้ไหมว่าน้ำมันมะกอกนั้นถือเป็นน้ำมันพืชที่ปลอดภัยต่อร่างกายและให้ประโยชน์มากมายทีเดียว

>> แต่ก่อนที่จะทราบว่าประโยชน์ของน้ำมันมะกอกมีอะไรบ้างนั้น ผมว่าเรามาทำความรู้จักกับน้ำมันมะกอกกันซักเล็กน้อยก่อนดีกว่าครับ

พูดถึงมะกอกแล้ว คนไทยในบ้านเราก็มักจะนึกไปถึงผลมะกอกที่เอาไปใส่ในส้มตำ หรือไม่ก็ที่ไปจิ้มกินกับเกลือเป็นของกินเล่น น้อยคนที่จะนึกถึงมะกอกของฝรั่งที่มีชื่อว่าโอลีฟ (olive) มะกอกชนิดนี้จัดเป็นพืชโบราณที่มีต้นกำเนิดและประวัติความเป็นมาที่แสนยาว นาน มะกอกกำเนิดขึ้นที่เกาะครีตเมื่อประมาณ 6,000 พันปีมาแล้ว มีหลักฐานและตำนานมากมายที่กล่าวถึงมะกอกเอาไว้ อย่างเช่นค้นพบพวงมาลัยที่ทำจากกิ่งมะกอกซึ่งวางอยู่บนตัวมัมมี่ระหว่างเทพี อะเธน่า (Athena) และโปสิดอน (Poseidon) เทพเจ้าแห่งท้องทะเล โปสิดอนต่อสู้ด้วยอาวุธที่แข็งแกร่งว่องไว ในขณะที่เทพีอะเธน่าสร้างต้นมะกอกมาเพื่อเป็นตัวแทนของความสว่างไสวในยามค่ำ คืน หรือในตำนานทายาทของพระเจ้าผู้สร้างกรุงโรม ก็ได้เห็นแสงสว่างครั้งแรกที่ใต้ต้นมะกอก

มะกอกเป็นต้นไม้ที่ทนทาน อายุยืนมากเป็นหลายร้อยปี ต้นมะกอกจึงเป็นเสมือนต้นไม้แห่งอมตะชีวิต เป็นสัญลักษณ์ของชัยชนะ ความดีงาม ความเจริญ ฯลฯ ที่ผูกพันกับวิถีชีวิตของชาวเมดิเตอร์เรเนียนมาแต่โบราณกาล

ในศตวรรษที่ 15 ชาวสเปนได้นำมะกอกเข้ามาสู่โลกยุคใหม่ แพร่กระจายไปทั่วยุโรปตอนใต้ และตลอดแนวของชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน จนกระทั่งปัจจุบันนี้อุตสาหกรรมการเพาะปลูกมะกอกได้ขยายตัวขึ้นถึง 30-40 เท่า

มะกอกหรือโอลีฟมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Olea europaea เป็นพืชในวงศ์ Oleaceae จัดเป็นผลไม้ที่มีเม็ดในแข็ง หนึ่งลูกจะมีหนึ่งเมล็ด เป็นพืชที่ทนได้ทุกสภาวะอากาศ ดอกมะกอกจะออกช่อในช่วงปลายฤดูหนาว มีดอกเล็กๆสีขาว ผลจะโตเต็มที่ประมาณ 7-8 เดือนหลังออกดอก ลำต้นจะสูงใหญ่กว่ามะกอกไทยบ้านเรามาก สูงตั้งแต่ 3 เมตร จนถึง 18 เมตร ใบเรียวยาวสีเขียวเข้ม มีหลายร้อยพันธุ์ ตัวผลจะมีรสขมและฝาด มีปริมาณสูง พอแก่จัดสีจะเปลี่ยนจากเขียวจนเป็นสีคล้ำจนเกือบดำ ถ้าจะนำไปสกัดเอาน้ำมันต้องเลือกผลแก่จัด แต่ถ้าจะนำมาบริโภคสดหรือนำไปประกอบอาหารต้องใช้มะกอกอ่อน

การนำมะกอกมากินสดนั้น มีข้อจำกัดอยู่ว่า ต้องนำมะกอกมากำจัดสารขมที่มีชื่อว่า Oleuropein ออกเสียก่อน มีทั้งนำไปแช่โซดาไฟ (Sodium hydroxide) หรือจะใช้วิธีธรรมชาติที่ง่ายที่สุดก็คือ แช่ในน้ำเกลือเข้มข้นทิ้งไว้ 1-2 วัน แล้วจึงล้างน้ำออก เพียงเท่านี้ก็สามารถกินผลสดของมันได้อย่างเอร็ดอร่อย ผลของมันนอกจากจะนิยมบริโภคสดๆแล้ว ยังนำมาดัดแปลงโดยการสอดไส้พริกพีเมียนโต หรือพริกหยวกลงไปดองกับน้ำเกลืออีกด้วย เพื่อเป็นการเพิ่มรสชาติไปอีกแบบหนึ่ง รสชาติจะออกเค็ม เผ็ดแบบปะแล่มๆ มะกอกแบบนี้พบวางขายในซุปเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ ผู้ผลิตจะนำเอามะกอกเขียวที่ยังไม่แก่จัดมาเข้าเครื่องดึงเมล็ดออก แล้วก็ยัดพริกที่ปอกเปลือกแล้วลงไป พริกที่ใช้ส่วนมากเป็นทางแถบเมืองหนาว ซึ่งไม่เผ็ดมาก ที่นิยมก็คือพริกพีเมียนโต และพริกหยวกสีแดง จากนั้นก็นำไปบรรจุขวดดองน้ำเกลือ ผลสดซึ่งผ่านการแปรรูปเหล่านี้นิยมนำมากินกับสลัด ตกแต่งจานอาหาร ใช้เป็นส่วนผสมของอาหารโดยหั่นเป็นชิ้นเล็กๆใส่ลงไปเพื่อเพิ่มความหอมและรส ให้อาหาร เช่น หั่นแว่นตามขวางวางบนคานาเป้ หรือแซนด์วิชเปิดหน้า หรือไม่ก็กินเล่นตามชอบ

มะกอกจัดเป็นผลไม้ที่มีน้ำมันมากที่สุด ในผลมะกอกที่แก่จัด 100 กรัม ให้น้ำมันถึง 20-30 กรัม แต่กระบวนการหีบเอาน้ำมันจากผลมะกอกมิใช่เป็นเรื่องง่ายๆ ต้องผ่านหลายขั้นตอนอย่างพิถีพิถัน เริ่มตั้งแต่การคัดและเก็บผลด้วยคนงาน เครื่องจักรทำแทนไม่ได้เลย เพราะผลมะกอกแก่ไม่พร้อมกัน อีกทั้งต้องระมัดระวังมิให้ผลเกิดเสียหายในตอนเก็บและขนส่งไปโรงงาน

การคั้นน้ำมันมะกอกที่ดีเป็นวิธีการหีบเย็น (cold press) แบบโบราณ เริ่มด้วยการโม่ผลมะกอกให้เนื้อแหลก แล้วเอาไปเข้าเครื่องหีบน้ำมันออกโดยไม่ใช้ความร้อนเข้าช่วยเลย น้ำมันที่ไหลออกมาจากการหีบครั้งแรกถือเป็นน้ำมันคุณภาพดีที่สุด มีความบริสุทธิ์เพราะเป็นน้ำมันแรก การหีบครั้งต่อๆไปต้องใช้แรงมากขึ้น น้ำมันที่ได้มีคุณภาพด้อยลง ทั้งหมดนี้ใช้เครื่องมือทำจากหินและแรงคนเป็นหลัก

ปัจจุบันมีโรงงานกลั่นน้ำมันมะกอกสมัยใหม่ที่ใช้ความร้อนและเครื่องจักรใน การโม่และกลั่นน้ำมันมะกอก แต่น้ำมันมะกอกแบบนี้มีคุณภาพไม่ดีเท่าแบบวิธีหีบเย็นแบบเก่า หลังจากหีบเอาน้ำมันมะกอกได้แล้ว ก็ต้องเอามาเก็บไว้ในห้องใต้ดินที่มีอุณหภูมิเย็นพอเหมาะเป็นเวลาหลาย สัปดาห์ เพื่อให้เศษผงต่างๆจมตัว จากนั้นจึงนำมากรองและบรรจุขวดขาย


Credit: http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/476/2476/images/apr50/oliveoil.gif

 

ประเภทของน้ำมันมะกอก

สภาน้ำมันมะกอกนานาชาติได้แบ่งชนิดน้ำมันมะกอกตามคุณภาพ จากปริมาณกรดในน้ำมัน และนิยมเรียกชื่อตามความ "บริสุทธิ์" ดังนี้คือ


- ชนิดบริสุทธิ์พิเศษ Extra Virgin Olive Oil มีคุณภาพเยี่ยมที่สุด ประมาณความเป็นกรดต่ำกว่า 1% น้ำมันที่ออกมาบริสุทธิ์จริงๆ รสและกลิ่นมะกอกแรง
- ชนิดบริสุทธิ์ดีมาก Superfine Virgin Olive Oil มีความเป็นกรดต่ำไม่เกิน 1.5%
- ชนิดบริสุทธิ์ดี Fine Olive Oil มีความเป็นกรดต่ำระหว่าง 1.5 ถึง 3 %
- ชนิดบริสุทธิ์ Virgin or Pure Olive Oil ความเป็นกรดไม่เกิน 4% (หากเกินก็กินไม่ได้แต่ใช้เป็นน้ำมันจุดตะเกียงได้) โดยทั่วไปกลิ่นมะกอกจะมีเพียงอ่อนๆ

โดยทั่วไปน้ำมันมะกอกชนิดบริสุทธิ์พิเศษ (extra virgin) มีสีออกเขียวกว่าชนิดคุณภาพต่ำลงมา และถ้าจะให้ดีต้องได้มาด้วยวิธี cold press น้ำมันมะกอกคุณภาพดี ราคาแพงอย่างนี้ ควรเอามาปรุงเป็นน้ำสลัด หรือเครื่องปรุงรสของอาหารอื่น ไม่เหมาะนำมาเป็นน้ำมันสำหรับทอดหรือผัดอาหาร ซึ่งอาจใช้น้ำมันมะกอกเกรดต่ำลงมาได้ อนึ่ง น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์พิเศษอย่าง cold press อาจเสียรสไปได้หากถูกความร้อนทำให้มีอุณหภูมิสูงกว่า 60 องศาเซลเซียส

นอกจากค่าของกรดที่เป็นตัวกำหนดคุณภาพของน้ำมันมะกอกแล้ว รสชาติและกลิ่นของน้ำมันมะกอกยังแปรไปตามเขตที่ปลูก น้ำมันมะกอกจากที่เดียวกัน ก็อาจมีกลิ่นและรสชาติแตกต่างกันไปได้ ในทางปฏิบัติการซื้อขายน้ำมันมะกอกแบบขายส่งจึงต้องมีการชิมก่อนเหมือนการ ชิมไวน์อย่างไรอย่างนั้น

ส่วนประเทศที่ผลิตน้ำมันมะกอก แต่ละประเทศจะมี Character ของตัวเอง เช่น
a) Greece จะมีความข้นกว่า (Heavy Texture)
b) Spain จะมีกลิ่นและรสชาติที่แรงกว่าประเทศอื่น
c) ฝรั่งเศส (Provencal) จะมีกลิ่นหอมหวาน (Fruity)
d) Italy จะคล้ายกับ Spain จะมีกลิ่นที่เด่นกว่า เหมือนกัน

ต่ทั้งนี้ในฉลากของน้ำมันมะกอก จะมีชื่อของพันธุ์มะกอกที่ใช้ทำน้ำมันอยู่ ให้มองหา Green Provencal หรือ Tuscan Olives เพราะนี่คือมะกอก พันธุ์ดีที่สุด หรือถ้าอ่านไม่เจอ ก็เลือกตามความต้องการจากประเทศผู้ผลิตครับ

นอกเหนือจากน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์แล้ว ในท้องตลาดยังมีน้ำมันมะกอกผสม คือผสมกับน้ำมันพืชอื่นๆ ในทางปฏิบัติมีระเบียบว่าจะต้องมีส่วนผสมน้ำมันมะกอกกลั่น 5-10% จึงจะเรียกชื่อเป็นน้ำมันมะกอกผสมได้

ในทางปฏิบัติ การเลือกซื้อน้ำมันมะกอกก็เลือกตามระดับความบริสุทธิ์ที่กล่าวไปแล้ว ทางที่ดีควรเลือกแบบ cold press เรื่องรสชาติอาจแตกต่างกันไปตามยี่ห้อและแหล่งผลิต ก็ต้องลองซื้อมากินดูจนได้ที่ถูกใจ ข้อคำนึงที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือราคา เนื่องจากน้ำมันมะกอก extra virgin ราคาค่อนข้างสูง จึงควรเลือกใช้เฉพาะทำน้ำสลัดหรือปรุงรสอาหารเท่านั้น ยิ่งสำหรับผู้ที่เริ่มลองใช้น้ำมันมะกอกใหม่ ยังไม่ชินกับกลิ่นน้ำมันมะกอกแรงๆ ก็น่าจะลองใช้ชนิดที่คุณภาพต่ำลงมา เพราะนอกจากกลิ่นมะกอกอ่อนลงแล้ว สนนราคายังถูกอีกด้วย โดยเฉพาะถ้าทำอาหารทอด หรืออาหารผัด ก็จะเหมาะพอดีกัน

น้ำมันมะกอก เป็นน้ำมันทำอาหารที่ดีที่สุดสำหรับสุขภาพ แต่รสนิยมอาหารเป็นเรื่องวัฒนธรรมเฉพาะถิ่น เฉพาะสังคม การรับของดีจากวัฒนธรรมอื่นจึงต้องผ่านการเลือกและประยุกต์ใช้โดยคนใน วัฒนธรรมนั้นๆ ความรู้เกี่ยวกับน้ำมันมะกอก จึงเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นเพื่อการพิจารณาประยุกต์ใช้ ตามความเหมาะสมของวิถีครัวไทยและเงื่อนไขของแต่ละคน


Credit: http://qwer.dek-d.com/contentimg/general/77_17.jpg

 

ประโยชน์ของน้ำมันมะกอก

ประโยชน์ของน้ำมันมะกอกมีทั้งการช่วยลดอาการอักเสบของกระเพาะอาหาร และลำไส้เล็ก ทำหน้าที่เหมือนยาระบายอ่อนๆ ช่วยทำให้ระบบดูดซึมแร่ธาตุและวิตามินทำงานดีขึ้น และน้ำมันมะกอกยังกระตุ้นการเก็บรักษาแร่ธาตุของกระดูก เพื่อป้องกันการสูญเสียแคลเซียมในกระดูกของผู้สูงอายุได้ด้วย อีกทั้งยังช่วยให้อาหารมีรสชาติอร่อย ช่วยให้เจริญอาหารได้อีกอย่างหนึ่ง



ประโยชน์ของน้ำมันมะกอกที่ให้ผลดีต่อสุขภาพนั้นมีหลายประการ สรุปได้ดังนี้

*การหมุนเวียนของโลหิต น้ำมันมะกอกช่วยป้องกันภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง (arteriosclerosis) รวมทั้งภาวะอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตสูง หัวใจล้มเหลว หัวใจวาย ไตวาย และเส้นเลือดใน สมองแตก

*ระบบย่อย น้ำมันมะกอกช่วยให้ระบบการทำงานของส่วนต่างๆ ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกระเพาะอาหาร ตับอ่อน ลำไส้ และถุงน้ำดี ทั้งนี้ยังช่วยป้องกันการก่อตัวของนิ่วอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีข้อมูลบ่งชี้ว่าน้ำมันมะกอกช่วย บรรเทาอาการกระเพาะอักเสบ แผลในกระเพาะ และยังเป็นยาระบายอ่อนๆ

* ผิวหนัง น้ำมันมะกอกช่วยปกป้องหนังกำพร้า ช่วยให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น ซึ่งเกิดจากวิตามินอี และ สารต้านอนุมูลอิสระในน้ำมันมะกอกนั่นเอง นอกจากนี้ยังใช้ได้ผลดีในการป้องกันโรคผิวหนังและลดริ้วรอยเหี่ยวย่น

* ระบบต่อมไร้ท่อ น้ำมันมะกอกช่วยให้ระบบการเผาผลาญอาหาร (metabolic function) ภายในร่างกายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพน้ำมันมะกอกได้กลายเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการป้องกันและ
ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวานจากการศึกษาล่าสุดพบว่าระดับกลูโคสของผู้ที่มีสุขภาพ
ดีจะลดลง12%เมื่อรับประทานน้ำมันมะกอก

* ระบบกระดูก น้ำมันมะกอกช่วยในการเสริมสร้างกระดูก และช่วยให้ร่างกายของคนเรามีประสิทธิภาพในการดูดซึม แร่ธาตุและแคลเซี่ยมได้ดี และสามารถป้องกันโรคกระดูกพรุน

* โรคมะเร็ง น้ำมันมะกอกช่วยป้องกันเนื้องอกที่เกิดกับอวัยวะบางส่วน (เต้านม ต่อมลูกหมาก ลำไส้ใหญ่ ปีกมดลูก) ทั้งนี้เพราะกรดไขมันที่มีอยู่ในน้ำมันมะกอกนั้นช่วยยับยั้งอนุมูลอิสระ และช่วยต่อต้านการก่อตัวของ ติ่งเนื้อในอวัยวะต่างๆ ที่กล่าวมา

* สารกัมมันตภาพรังสี ภายหลังจากที่มีการค้นพบว่าน้ำมันมะกอกช่วยให้ร่างกายสามารถต้านทานสารกัมมันตภาพรังสีได้ น้ำมันมะกอกได้รับบรรจุเป็นส่วนหนึ่งของอาหารสำหรับนักบินอวกาศ

* อาหารเด็กอ่อน ด้วยสารประกอบในน้ำมันมะกอกและคุณสมบัติในการช่วยย่อยอาหาร จึงนับได้ว่าน้ำมันมะกอกเป็น ไขมันธรรมชาติที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำนมมารดามากที่สุด

*ชราภาพการที่เรารู้จักหาวิธีการเพื่อต่อต้านอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นภายในร่างกายของเราเพื่อป้องกันภาวะ
ความเสื่อมถอยของสุขภาพอันเนื่องมาจากอายุที่เพิ่มขึ้นนั้นนับว่าเป็นสิ่งสำคัญยิ่งจากการค้นคว้าวิจัยเรา
ได้ทราบว่าน้ำมันมะกอกมีคุณสมบัติในการต่อต้านภาวะความเสื่อมถอยของสมองและยังช่วยยืดอายุของเรา
ให้ยืนยาวขึ้นอีกด้วย

* ภาวะโรคหลอดเลือดหัวใจ จากการค้นคว้าวิจัยพบว่า น้ำมันมะกอกนั้นสามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดเลว (LDL) ในขณะเดียวกันจะไม่ทำให้คอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ลดระดับลง


Credit: http://women.thaiza.com/detail_31663.html

 

การนำน้ำมันมะกอกมาใช้

จะใช้น้ำมันมะกอกปรุงอาหารได้อย่างไร

1. นำมาใช้เป็นส่วนผสมในการทำน้ำสลัด หรือน้ำจิ้ม

2. นำมาใช้ในการผัด ชนิดที่ใช้น้ำมันน้อย เช่นผัดผักเร็ว ๆ ผัดกระเพรา มักกะโรนี สปาเก็ตตี หรือ พาสต้า

3. นำมาใช้ในการหมักเนื้อสัตว์ชนิดต่าง ๆ ก่อนที่จะนำไปอบจะทำให้เนื้อนุ่มขึ้น

4. ใช้เป็นน้ำมันสำหรับทอด จะช่วยให้อาหารไม่อมน้ำมันเนื่องจากน้ำมันมะกอกจะให้ความร้อนสูง ทำให้อาหารสุกทั่วถึงอย่างรวดเร็ว ไม่สูญเสียคุณค่าทางโภชนาการอีกด้วย



Credit:
http://www.lcc.ac.th/forum/board_posts.asp?FID=176
http://naichef.50megs.com/olive.html
http://www.pantip.com/cafe/food/topic/D6914864/D6914864.html
http://www.ubmthai.com/leksoundsmf3/index.php?topic=139.msg1069
http://www.pantown.com/board.php?id=10764&area=4&name=board11&topic=31&action=view

=======================================

 

= ตบท้าย =
ยาวหน่อยนะครับเอนทรี่นี้ แต่หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์บ้างพอสมควรนะครับ

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

รู้แต่ว่าเอามาผัดสปาเก็ตตี้อ่ะ ตอนไปออสก็ซื้อมาตั้ง 3-4 ขวด ที่นั่นจะถูกกว่าเมืองไทยเยอะ

#1 By เจ้าชายน้อย on 2008-09-18 18:29

แบบนี้ แฟน pop eye ก็ชื่อ ยัยมะกอกสิครับ อิๆๆๆ

ตำนานเทพนั่นเพิ่งรู้นะครับ

เรื่องประโยชน์หลอดเลือดหัวใจ อันนี้เคยอ่านจาก Reader's Digest มั้ง เรื่องลด LDL , HDL เหมือนน้ำมันปลาเลย

แต่ที่ไม่นิยมเพราะแพงด้วยล่ะ ขนาดน้ำมันดอกคำฝอยยังแพงเลย

#2 By Shuu Exteen on 2008-09-18 18:31

ถึงจะยาว แต่สาระเต็มเปี่ยม

ปล.น้ำมันมะกอกผัดกับเห็ดหอม ฮุๆ

#3 By iTualek on 2008-09-18 18:53

ตอนแรกรู้แค่ว่ามีประโยชน์แต่ไม่นึกว่าจะเยอะนาดนี้
ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆครับ big smile

#4 By indybear on 2008-09-18 18:58

Hot!
ลืมให้ดาว

#5 By indybear on 2008-09-18 18:59

แล้วน้ำมันมะกอกมีวันหมดอายุมั้ยคะเนี่ย sad smile พอดีเพิ่งย้ายบ้าน เลยได้ฤกษ์เข้าครัวใหม่บ่อย แล้วเจอน้ำมันมะกอก extra virgin ที่ผลิตปี 05 วันหมดอายุดูข้างกล่อง (ที่หายสาบสูญูไปแล้ว ฮาๆๆๆ)

กลิ่นมันช่างสุดยิด............ ไม่รู้ว่าเหม็นหืนหรือกลิ่นมะกอกกันแน่ sad smile ว่าจะเอาไปผสมอาหารให้น้องหมากินละ คนคงกินไม่ลง เสียดายเงินสุดๆ

#6 By lumin on 2008-09-18 19:24

Hot! ลืมให้ดาว

#7 By lumin on 2008-09-18 19:34

มีประโยชน์มากๆเลยค่ะHot!

#8 By ~memay~ on 2008-09-18 19:37

ความรู้จริงๆHot!

ผมชอบสปาเก็ตตี้ผัดน้ำมันมะกอกนะ อร่อยดีquestion
ผมชอบนะ หอมดี ไม่เลี่ยน คลอเรสเตอรอลต่ำ ไขมันดีมีประโยชน์

#10 By on 2008-09-18 19:55

ว้าว..
ทำการบ้านดีมาก..

สาระแน่น !!
big smile Hot!

#11 By PunPrai on 2008-09-18 20:38

มีประโยชน์จิงๆ แต่สู้ราคามะไหวค่ะ T^T
Hot!

#12 By AelitaX on 2008-09-18 22:30

ก็มันแผงอะจิ -*-

#13 By blueboat on 2008-09-18 22:31

มีอีกตำนานเขาเล่าว่า กรุงเอเธนส์ นั้นแต่ก่อนมีชื่อเมืองว่า Attica กษัตริย์ต้องการสร้างเมืองขึ้นมาใหม่ ให้ประชาราชได้ปลักหลัก สร้างฐานกัน ครั้นจึงมีดำริคิดจะตั้งชื่อเมืองขึ้นมาใหม่ จึงเกิดการประชันกันขึ้นระหว่างเทพีอาเธนา ผู้รอบรู้ด้วยสติปัญญา และเทพแต่ท้องทะเลโพเซดอน โดยเทพซุส ได้ให้กติกาว่าผู้ใด สามารถเนรมิตสิ่งที่มีประโยชน์มากที่สุด ให้กับพลเมืองชาว Attica ได้นั้น จะได้รับการสรรเสริญ โดยการตั้งเป็นชื่อเมือง โพเซดอนไม่รีรอที่จะเนรมิต โดยการใช้สามง่าม อาวุธคู่กาย ปักลงไปยังพื้นดิน บังเกิดม้าอาชาไนยขึ้นมา เป็นพาหนะออกศึก ที่รบที่ไหนก็ชนะที่นั่น ส่วนเทพีอาเธนา บันดาลต้นมะกอกให้ งอกงาม ที่ Acropolis เพื่อใช้เป็นอาหาร เป็นร่มเงา และเป็นยาสมุนไพร บรรเทาบาดแผล ชาวเมืองต่างก็ชื่นชม ในต้นมะกอกนี้ เพราะมีประโยชน์มหาศาล จึงต่างกันสรรเสริญ และตั้งชื่อเมืองว่า เอเธนส์ ตามชื่อ เทพีอาเธนา หลังจากนั้นต้นมะกอก ก็แผ่กิ่งก้านสาขาไปทั่วกรุงเอเธนส์ และถูกใช้เป็นสัญญาณลักษณ์ ในการแข่งขันโอลิมปิก ตั้งแต่นั้นมา big smile ชอบมะกอกเหมือนกัน

#14 By st.GiZMo on 2008-09-18 23:03

ขอบคุณ คุณ st.GiZMo นะครับ ที่นำอีกตำนานมาแบ่งปันกัน confused smile confused smile

#15 By Googigg on 2008-09-18 23:55

น้ำมันมะกอก เอามาหมักผม แบบเดียวกันป่ะคะ
อย่างนี้เอง มันถึงได้แพง Hot!
ตูดเป็ดเอามาหมัก.................................ผม
ส่วนเรื่องทำอาหารน่ะ ไม่เป็นเลยคร่า
อายคุณ Googigg จัง
อ่านสรรพคุณแล้วน่าใช้ น่าใช้
เอามาประดับครัวก็จะดูไฮโซขึ้นอีกด้วย อุอุอุquestion

#19 By GuGGGar on 2008-09-19 08:45

เราไม่ค่อยชอบแบบ Super อะ มันแบบ ... ใส่แล้วไม่ได้รับรู้อะไรเท่าไหร่ แต่ชอบน้ำมันมะกอก หอม~

#20 By ~@Asami@~ on 2008-09-19 10:12

มีประโยชน์มากเลยค่ะ
ตอนแรกรู้แค่ว่ากินแล้วมันไม่อ้วน Hot!

#21 By ^_poomapooma_^ on 2008-09-19 12:59

ผมชอบมากครับ นำมันมะกอกเนี่ย เอามาทำอาหารได้ทุกอย่างเลย ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับHot!

#22 By Boardgames★ on 2008-09-19 14:33

ได้แต่มองดูค่ะ บางที่ใส่ขวดแบบสวยๆ แล้วน่าดูชม

#23 By Meowzilla Zilla on 2008-09-19 16:00

มีประโยชน์เยอะมากๆ
แต่ราคาแพงไปนิดนึง confused smile

#24 By Bighead on 2008-09-19 16:10

Hot! น่าลองค่ะ...confused smile confused smile

#25 By (^_^)/nana on 2008-09-19 16:18

ถึงจะแพงแต่ก็หอมดี ชอบ..

#26 By รีคอนดำ on 2008-09-19 16:33

confused smile ว้าว~ ได้ความรู้ใหม่เยอะแยะเลยจี้
Hot! Hot! Hot! Hot!
อันนี้มีประโยช์มากๆเลยครับ
กำลังว่าจะไปหาซื้อมาลองทำอะไรกิน

#28 By bellbell on 2008-09-20 01:03

น่ากินจังเลยน้า

#29 By Admin Bunterng on 2008-09-20 01:18

มีอยู่ช่วงนึงก่อนหน้านี้ พวกพลทหารเรือแถวๆ สัตหีบนิยมใช้น้ำมันมะกอกกันมาก

ใช้ทำอะไรจินตนาการเอาเอง cry

ต่อมามีข่าวว่าไอ้พวกนี้ เน่า... ก็เลยเลิกกันไป ฮ่าๆๆ




ตอนนี้ก็เลยเหลือแต่ชาไข่มุก อ้าว


#30 By PastelSalad on 2008-09-20 01:27

จำได้ว่าแฟนซื้อมาแล้วเจ๊เอาไปทอดเกี๊ยวซะเกือบหมด แฟนโมโหใหญ่ บอกว่าทำไมไม่ใช้น้ำมันพืชธรรมดาทอดเพราะมันแพง เลยจำเรื่องของน้ำมันมะกอกได้แม่นเลยsad smile

#31 By ::housewife:: on 2008-09-20 03:47

วันนี้ไม่อิ่มท้อง แต่อิ่มความรู้ อิอิ ชอบๆbig smile

#32 By ๏Chill Out๚ะ๛ on 2008-09-20 10:01

โหย ประโยชน์มากมาย แต่ไม่ซื้อใช้เลยค่ะ มันแพงมากกกsad smile


Hot!

#34 By General เบ๊ on 2008-09-20 12:14

Hot!

#35 By MEISANMUI™ on 2008-09-20 13:48

ขยันเขียนมาก อ่านแล้วได้ความรู้ดี ขอบคุณคับ

#36 By MEISANMUI™ on 2008-09-20 13:48

เป็นประโยชน์มากเลยค่ะ
สมัยก่อนจำได้ว่า แม่จะซื้อน้ำมันมะกอกมาทาให้
ตอนหน้าหนาว........คุณภาพดีเยี่ยมเลยค่ะ
ผิวไม่มีแตกเลยซักนิด
..
ไม่รู้ว่าตอนนี้ยังมีขายอยู่รึเปล่า อิอิ
อ่านแล้วอยากกลับไปให้อีกครั้ง

surprised smile big smile

#38 By GoddessIsis on 2008-09-22 00:04

เข้ามาแล้วหิวเลยsad smile

ขอชื่นชมในความพยายามอัพรูปค่ะ big smile Hot!

#39 By นู๋เล็ก on 2008-09-22 00:31

ประโยชน์เหลือหลายจริงๆbig smile

#41 By (^_^ ) (^_^) on 2008-09-23 08:12

cry cry cry cry ขอบคุงนะคะที่ให้ความรู้ question question question question

#42 By ....... on 2009-03-07 14:54

big smile ชอบมากอ่านแล้วได้ประโยชน์ ซื้อมาแล้ว แต่ไม่รู้จะทำอะไรกิน เพราะไม่เคยใช้ง่ะ พอดีแฟนได้สูตรมาจากเพื่อนเค้า ลดน้ำหนักได้แบบน่าตกใจ ไม่ซูบ ไม่ซีด แถมแข็งแรงด้วย....ตอนนี้เพิ่งทำให้เค้าลอง 2 ครั้งเอง กลัวอันตรายเลยมาหาข้อมูลนะค่ะ สูตรนี้ได้จากคุณหมอบอกกับเพื่อนแฟน ว่าให้ทานน้ำมันมะกอก 2 ช้อนชาผสมน้ำมะนาว 1 ช้อนชา ทานเช้าทุกวันก่อนอาหาร และก่อนนอน พอมาอ่านข้อมูลนี้ทราบว่าน้ำมันมะกอกมีประโยชน์หลายทาง ก็จะได้ทำให้คุณแฟนทานต่อไป ว่า...แต่ว่า ทานมาก บ่อย ๆ มันอันตรายไหมค่ะ เห็นเพื่อนของแฟน เค้าทานมาหลายเดือนแล้ว ดูแข็งแรงดี ใครทราบช่วยบอกด้วยนะ

#43 By น้ำตาลสด (124.121.84.130) on 2009-05-18 11:51

รบกวนขอเมนูที่จะเอา extra virgin ไปใช้ทำอาหารหลายๆ เมนูค่ะ

คือ เคยซื้อแบบ extra light ไปให้แม่ทำอาหารไทยๆ แทนน้ำมันธรรมดา พอมันหมด แม่เลยไปซื้อมาเองแต่ซื้อผิดเป็นแบบ extra virgin ซึ่งทราบมาว่าไม่ควรใช้ผัดอาหารหรือทอด เพราะมันร้อนเกินไปจะทำให้มีสารที่ไม่ดีออกมา จะให้แม่ทานเพียวๆ ก็ทานไม่ได้ค่ะ เพราะกลิ่นแรงมาก ตอนนี้ตั้งอยู่3ขวดใหญ่มาหลายเดือนแล้วค่ะ

รบกวนขอคำแนะนำหน่อยค่ะว่าจะเอาไปทำอะไรดี

ขอบคุณมากค่ะ

#44 By itsna (125.24.164.10) on 2009-06-26 09:00

confused smile confused smile confused smile open-mounthed smile big smile big smile big smile double wink

#45 By ก้ (114.128.220.46) on 2009-07-08 13:59

confused smile confused smile confused smile confused smile open-mounthed smile open-mounthed smile big smile big smile question surprised smile surprised smile

#46 By ด้า (114.128.220.46) on 2009-07-08 14:00

แหล่มเลยครับ

#47 By Download All Mp3 (203.156.6.108) on 2009-07-17 01:20

#48 By (125.24.81.109) on 2009-08-13 11:51

ขอบคุณนะค่ะ

#49 By 555 (117.47.138.129) on 2009-08-27 17:23

อยากให้บอกด้วยว่า น้ำมันมะกอกแต่ละประเภท
เหมาะทำอาหารแบบไหน
เช่น การทอด การผัด ใช้น้ำมันมะกอกประเภทไหนดี (เพราะเคยมีคนบอกว่าจะเกิดสารพิษ)

ขอบคุณค่ะ
นู๋หน่อย

#50 By noo+ noi (58.10.128.198) on 2009-10-16 03:07

อยากลองกินมั่งง่ะ!! เบื่อน้ำมันถั่วเหลืองแล้วค่า

#51 By ☂ YukiUsagi ★ on 2009-11-18 10:56

ได้ความรู้ดีครับ

แอบถามเลยได้ไหมครัว่า พี่ใช้ยี่ห้ออะไรครับ 555

ลอกๆๆๆ

Hot! Hot! Hot!

#52 By ~ Phoenixus ~ on 2009-11-30 00:05

ทานน้ำมันมะกอก ทุกวันเลยค่ะ วันละ ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ แต่ไม่รู้ว่ามี โทษอะไรหรือเปล่า...สามารถทานเปล่า ๆ ได้ค่ะ...เพราะไม่สะดวกในการนำไปปรุงอาหาร

#53 By คนอยากสวย (58.8.215.244) on 2010-01-14 13:58