เมื่อวานได้ไป Birthday Dinner ที่ห้องอาหาร The World ในโรงแรม Centara Grand at Central World Bangkok มาครับ บรรยากาศดีมากๆๆๆ แต่อาหารไม่ค่อยประทับใจเท่าไรเลย

.. เดี๋ยวจะทำรีวิวมาให้ชมกันนะครับ

=======================================

 

เนื่องด้วยกลัวว่าทุกๆ ท่านจะกระเพาะแตกกันซะก่อน ฉะนั้น วันนี้จึงขอพัก Asian Food Fest. ไว้ก่อนครับ

แต่ก็ไม่ได้พักไปเฉยๆ นะครับ ผมมีเรื่องราวของ น้ำมันมะกอก (Olive Oil) มาฝากกันครับ

มีทั้งประวัติความเป็นมา ประเภทของน้ำมันมะกอก ประโยชน์ รวมถึงการนำมาใช้อีกด้วย .. มาติดตามกันได้เลยค้าบบบ

=======================================

 

น้ำมันมะกอก (Olive Oil)


Credit: http://www.zazana.com/picupload/images/81643images.jpg

 

แม้อาหารทางบ้านเราจะไม่นิยมใช้ "น้ำมันมะกอก" ในการประกอบอาหารมากนัก แต่รู้ไหมว่าน้ำมันมะกอกนั้นถือเป็นน้ำมันพืชที่ปลอดภัยต่อร่างกายและให้ประโยชน์มากมายทีเดียว

>> แต่ก่อนที่จะทราบว่าประโยชน์ของน้ำมันมะกอกมีอะไรบ้างนั้น ผมว่าเรามาทำความรู้จักกับน้ำมันมะกอกกันซักเล็กน้อยก่อนดีกว่าครับ

พูดถึงมะกอกแล้ว คนไทยในบ้านเราก็มักจะนึกไปถึงผลมะกอกที่เอาไปใส่ในส้มตำ หรือไม่ก็ที่ไปจิ้มกินกับเกลือเป็นของกินเล่น น้อยคนที่จะนึกถึงมะกอกของฝรั่งที่มีชื่อว่าโอลีฟ (olive) มะกอกชนิดนี้จัดเป็นพืชโบราณที่มีต้นกำเนิดและประวัติความเป็นมาที่แสนยาว นาน มะกอกกำเนิดขึ้นที่เกาะครีตเมื่อประมาณ 6,000 พันปีมาแล้ว มีหลักฐานและตำนานมากมายที่กล่าวถึงมะกอกเอาไว้ อย่างเช่นค้นพบพวงมาลัยที่ทำจากกิ่งมะกอกซึ่งวางอยู่บนตัวมัมมี่ระหว่างเทพี อะเธน่า (Athena) และโปสิดอน (Poseidon) เทพเจ้าแห่งท้องทะเล โปสิดอนต่อสู้ด้วยอาวุธที่แข็งแกร่งว่องไว ในขณะที่เทพีอะเธน่าสร้างต้นมะกอกมาเพื่อเป็นตัวแทนของความสว่างไสวในยามค่ำ คืน หรือในตำนานทายาทของพระเจ้าผู้สร้างกรุงโรม ก็ได้เห็นแสงสว่างครั้งแรกที่ใต้ต้นมะกอก

มะกอกเป็นต้นไม้ที่ทนทาน อายุยืนมากเป็นหลายร้อยปี ต้นมะกอกจึงเป็นเสมือนต้นไม้แห่งอมตะชีวิต เป็นสัญลักษณ์ของชัยชนะ ความดีงาม ความเจริญ ฯลฯ ที่ผูกพันกับวิถีชีวิตของชาวเมดิเตอร์เรเนียนมาแต่โบราณกาล

ในศตวรรษที่ 15 ชาวสเปนได้นำมะกอกเข้ามาสู่โลกยุคใหม่ แพร่กระจายไปทั่วยุโรปตอนใต้ และตลอดแนวของชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน จนกระทั่งปัจจุบันนี้อุตสาหกรรมการเพาะปลูกมะกอกได้ขยายตัวขึ้นถึง 30-40 เท่า

มะกอกหรือโอลีฟมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Olea europaea เป็นพืชในวงศ์ Oleaceae จัดเป็นผลไม้ที่มีเม็ดในแข็ง หนึ่งลูกจะมีหนึ่งเมล็ด เป็นพืชที่ทนได้ทุกสภาวะอากาศ ดอกมะกอกจะออกช่อในช่วงปลายฤดูหนาว มีดอกเล็กๆสีขาว ผลจะโตเต็มที่ประมาณ 7-8 เดือนหลังออกดอก ลำต้นจะสูงใหญ่กว่ามะกอกไทยบ้านเรามาก สูงตั้งแต่ 3 เมตร จนถึง 18 เมตร ใบเรียวยาวสีเขียวเข้ม มีหลายร้อยพันธุ์ ตัวผลจะมีรสขมและฝาด มีปริมาณสูง พอแก่จัดสีจะเปลี่ยนจากเขียวจนเป็นสีคล้ำจนเกือบดำ ถ้าจะนำไปสกัดเอาน้ำมันต้องเลือกผลแก่จัด แต่ถ้าจะนำมาบริโภคสดหรือนำไปประกอบอาหารต้องใช้มะกอกอ่อน

การนำมะกอกมากินสดนั้น มีข้อจำกัดอยู่ว่า ต้องนำมะกอกมากำจัดสารขมที่มีชื่อว่า Oleuropein ออกเสียก่อน มีทั้งนำไปแช่โซดาไฟ (Sodium hydroxide) หรือจะใช้วิธีธรรมชาติที่ง่ายที่สุดก็คือ แช่ในน้ำเกลือเข้มข้นทิ้งไว้ 1-2 วัน แล้วจึงล้างน้ำออก เพียงเท่านี้ก็สามารถกินผลสดของมันได้อย่างเอร็ดอร่อย ผลของมันนอกจากจะนิยมบริโภคสดๆแล้ว ยังนำมาดัดแปลงโดยการสอดไส้พริกพีเมียนโต หรือพริกหยวกลงไปดองกับน้ำเกลืออีกด้วย เพื่อเป็นการเพิ่มรสชาติไปอีกแบบหนึ่ง รสชาติจะออกเค็ม เผ็ดแบบปะแล่มๆ มะกอกแบบนี้พบวางขายในซุปเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ ผู้ผลิตจะนำเอามะกอกเขียวที่ยังไม่แก่จัดมาเข้าเครื่องดึงเมล็ดออก แล้วก็ยัดพริกที่ปอกเปลือกแล้วลงไป พริกที่ใช้ส่วนมากเป็นทางแถบเมืองหนาว ซึ่งไม่เผ็ดมาก ที่นิยมก็คือพริกพีเมียนโต และพริกหยวกสีแดง จากนั้นก็นำไปบรรจุขวดดองน้ำเกลือ ผลสดซึ่งผ่านการแปรรูปเหล่านี้นิยมนำมากินกับสลัด ตกแต่งจานอาหาร ใช้เป็นส่วนผสมของอาหารโดยหั่นเป็นชิ้นเล็กๆใส่ลงไปเพื่อเพิ่มความหอมและรส ให้อาหาร เช่น หั่นแว่นตามขวางวางบนคานาเป้ หรือแซนด์วิชเปิดหน้า หรือไม่ก็กินเล่นตามชอบ

มะกอกจัดเป็นผลไม้ที่มีน้ำมันมากที่สุด ในผลมะกอกที่แก่จัด 100 กรัม ให้น้ำมันถึง 20-30 กรัม แต่กระบวนการหีบเอาน้ำมันจากผลมะกอกมิใช่เป็นเรื่องง่ายๆ ต้องผ่านหลายขั้นตอนอย่างพิถีพิถัน เริ่มตั้งแต่การคัดและเก็บผลด้วยคนงาน เครื่องจักรทำแทนไม่ได้เลย เพราะผลมะกอกแก่ไม่พร้อมกัน อีกทั้งต้องระมัดระวังมิให้ผลเกิดเสียหายในตอนเก็บและขนส่งไปโรงงาน

การคั้นน้ำมันมะกอกที่ดีเป็นวิธีการหีบเย็น (cold press) แบบโบราณ เริ่มด้วยการโม่ผลมะกอกให้เนื้อแหลก แล้วเอาไปเข้าเครื่องหีบน้ำมันออกโดยไม่ใช้ความร้อนเข้าช่วยเลย น้ำมันที่ไหลออกมาจากการหีบครั้งแรกถือเป็นน้ำมันคุณภาพดีที่สุด มีความบริสุทธิ์เพราะเป็นน้ำมันแรก การหีบครั้งต่อๆไปต้องใช้แรงมากขึ้น น้ำมันที่ได้มีคุณภาพด้อยลง ทั้งหมดนี้ใช้เครื่องมือทำจากหินและแรงคนเป็นหลัก

ปัจจุบันมีโรงงานกลั่นน้ำมันมะกอกสมัยใหม่ที่ใช้ความร้อนและเครื่องจักรใน การโม่และกลั่นน้ำมันมะกอก แต่น้ำมันมะกอกแบบนี้มีคุณภาพไม่ดีเท่าแบบวิธีหีบเย็นแบบเก่า หลังจากหีบเอาน้ำมันมะกอกได้แล้ว ก็ต้องเอามาเก็บไว้ในห้องใต้ดินที่มีอุณหภูมิเย็นพอเหมาะเป็นเวลาหลาย สัปดาห์ เพื่อให้เศษผงต่างๆจมตัว จากนั้นจึงนำมากรองและบรรจุขวดขาย


Credit: http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/476/2476/images/apr50/oliveoil.gif

 

ประเภทของน้ำมันมะกอก

สภาน้ำมันมะกอกนานาชาติได้แบ่งชนิดน้ำมันมะกอกตามคุณภาพ จากปริมาณกรดในน้ำมัน และนิยมเรียกชื่อตามความ "บริสุทธิ์" ดังนี้คือ


- ชนิดบริสุทธิ์พิเศษ Extra Virgin Olive Oil มีคุณภาพเยี่ยมที่สุด ประมาณความเป็นกรดต่ำกว่า 1% น้ำมันที่ออกมาบริสุทธิ์จริงๆ รสและกลิ่นมะกอกแรง
- ชนิดบริสุทธิ์ดีมาก Superfine Virgin Olive Oil มีความเป็นกรดต่ำไม่เกิน 1.5%
- ชนิดบริสุทธิ์ดี Fine Olive Oil มีความเป็นกรดต่ำระหว่าง 1.5 ถึง 3 %
- ชนิดบริสุทธิ์ Virgin or Pure Olive Oil ความเป็นกรดไม่เกิน 4% (หากเกินก็กินไม่ได้แต่ใช้เป็นน้ำมันจุดตะเกียงได้) โดยทั่วไปกลิ่นมะกอกจะมีเพียงอ่อนๆ

โดยทั่วไปน้ำมันมะกอกชนิดบริสุทธิ์พิเศษ (extra virgin) มีสีออกเขียวกว่าชนิดคุณภาพต่ำลงมา และถ้าจะให้ดีต้องได้มาด้วยวิธี cold press น้ำมันมะกอกคุณภาพดี ราคาแพงอย่างนี้ ควรเอามาปรุงเป็นน้ำสลัด หรือเครื่องปรุงรสของอาหารอื่น ไม่เหมาะนำมาเป็นน้ำมันสำหรับทอดหรือผัดอาหาร ซึ่งอาจใช้น้ำมันมะกอกเกรดต่ำลงมาได้ อนึ่ง น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์พิเศษอย่าง cold press อาจเสียรสไปได้หากถูกความร้อนทำให้มีอุณหภูมิสูงกว่า 60 องศาเซลเซียส

นอกจากค่าของกรดที่เป็นตัวกำหนดคุณภาพของน้ำมันมะกอกแล้ว รสชาติและกลิ่นของน้ำมันมะกอกยังแปรไปตามเขตที่ปลูก น้ำมันมะกอกจากที่เดียวกัน ก็อาจมีกลิ่นและรสชาติแตกต่างกันไปได้ ในทางปฏิบัติการซื้อขายน้ำมันมะกอกแบบขายส่งจึงต้องมีการชิมก่อนเหมือนการ ชิมไวน์อย่างไรอย่างนั้น

ส่วนประเทศที่ผลิตน้ำมันมะกอก แต่ละประเทศจะมี Character ของตัวเอง เช่น
a) Greece จะมีความข้นกว่า (Heavy Texture)
b) Spain จะมีกลิ่นและรสชาติที่แรงกว่าประเทศอื่น
c) ฝรั่งเศส (Provencal) จะมีกลิ่นหอมหวาน (Fruity)
d) Italy จะคล้ายกับ Spain จะมีกลิ่นที่เด่นกว่า เหมือนกัน

ต่ทั้งนี้ในฉลากของน้ำมันมะกอก จะมีชื่อของพันธุ์มะกอกที่ใช้ทำน้ำมันอยู่ ให้มองหา Green Provencal หรือ Tuscan Olives เพราะนี่คือมะกอก พันธุ์ดีที่สุด หรือถ้าอ่านไม่เจอ ก็เลือกตามความต้องการจากประเทศผู้ผลิตครับ

นอกเหนือจากน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์แล้ว ในท้องตลาดยังมีน้ำมันมะกอกผสม คือผสมกับน้ำมันพืชอื่นๆ ในทางปฏิบัติมีระเบียบว่าจะต้องมีส่วนผสมน้ำมันมะกอกกลั่น 5-10% จึงจะเรียกชื่อเป็นน้ำมันมะกอกผสมได้

ในทางปฏิบัติ การเลือกซื้อน้ำมันมะกอกก็เลือกตามระดับความบริสุทธิ์ที่กล่าวไปแล้ว ทางที่ดีควรเลือกแบบ cold press เรื่องรสชาติอาจแตกต่างกันไปตามยี่ห้อและแหล่งผลิต ก็ต้องลองซื้อมากินดูจนได้ที่ถูกใจ ข้อคำนึงที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือราคา เนื่องจากน้ำมันมะกอก extra virgin ราคาค่อนข้างสูง จึงควรเลือกใช้เฉพาะทำน้ำสลัดหรือปรุงรสอาหารเท่านั้น ยิ่งสำหรับผู้ที่เริ่มลองใช้น้ำมันมะกอกใหม่ ยังไม่ชินกับกลิ่นน้ำมันมะกอกแรงๆ ก็น่าจะลองใช้ชนิดที่คุณภาพต่ำลงมา เพราะนอกจากกลิ่นมะกอกอ่อนลงแล้ว สนนราคายังถูกอีกด้วย โดยเฉพาะถ้าทำอาหารทอด หรืออาหารผัด ก็จะเหมาะพอดีกัน

น้ำมันมะกอก เป็นน้ำมันทำอาหารที่ดีที่สุดสำหรับสุขภาพ แต่รสนิยมอาหารเป็นเรื่องวัฒนธรรมเฉพาะถิ่น เฉพาะสังคม การรับของดีจากวัฒนธรรมอื่นจึงต้องผ่านการเลือกและประยุกต์ใช้โดยคนใน วัฒนธรรมนั้นๆ ความรู้เกี่ยวกับน้ำมันมะกอก จึงเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นเพื่อการพิจารณาประยุกต์ใช้ ตามความเหมาะสมของวิถีครัวไทยและเงื่อนไขของแต่ละคน


Credit: http://qwer.dek-d.com/contentimg/general/77_17.jpg

 

ประโยชน์ของน้ำมันมะกอก

ประโยชน์ของน้ำมันมะกอกมีทั้งการช่วยลดอาการอักเสบของกระเพาะอาหาร และลำไส้เล็ก ทำหน้าที่เหมือนยาระบายอ่อนๆ ช่วยทำให้ระบบดูดซึมแร่ธาตุและวิตามินทำงานดีขึ้น และน้ำมันมะกอกยังกระตุ้นการเก็บรักษาแร่ธาตุของกระดูก เพื่อป้องกันการสูญเสียแคลเซียมในกระดูกของผู้สูงอายุได้ด้วย อีกทั้งยังช่วยให้อาหารมีรสชาติอร่อย ช่วยให้เจริญอาหารได้อีกอย่างหนึ่ง



ประโยชน์ของน้ำมันมะกอกที่ให้ผลดีต่อสุขภาพนั้นมีหลายประการ สรุปได้ดังนี้

*การหมุนเวียนของโลหิต น้ำมันมะกอกช่วยป้องกันภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง (arteriosclerosis) รวมทั้งภาวะอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตสูง หัวใจล้มเหลว หัวใจวาย ไตวาย และเส้นเลือดใน สมองแตก

*ระบบย่อย น้ำมันมะกอกช่วยให้ระบบการทำงานของส่วนต่างๆ ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกระเพาะอาหาร ตับอ่อน ลำไส้ และถุงน้ำดี ทั้งนี้ยังช่วยป้องกันการก่อตัวของนิ่วอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีข้อมูลบ่งชี้ว่าน้ำมันมะกอกช่วย บรรเทาอาการกระเพาะอักเสบ แผลในกระเพาะ และยังเป็นยาระบายอ่อนๆ

* ผิวหนัง น้ำมันมะกอกช่วยปกป้องหนังกำพร้า ช่วยให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น ซึ่งเกิดจากวิตามินอี และ สารต้านอนุมูลอิสระในน้ำมันมะกอกนั่นเอง นอกจากนี้ยังใช้ได้ผลดีในการป้องกันโรคผิวหนังและลดริ้วรอยเหี่ยวย่น

* ระบบต่อมไร้ท่อ น้ำมันมะกอกช่วยให้ระบบการเผาผลาญอาหาร (metabolic function) ภายในร่างกายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพน้ำมันมะกอกได้กลายเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการป้องกันและ
ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวานจากการศึกษาล่าสุดพบว่าระดับกลูโคสของผู้ที่มีสุขภาพ
ดีจะลดลง12%เมื่อรับประทานน้ำมันมะกอก

* ระบบกระดูก น้ำมันมะกอกช่วยในการเสริมสร้างกระดูก และช่วยให้ร่างกายของคนเรามีประสิทธิภาพในการดูดซึม แร่ธาตุและแคลเซี่ยมได้ดี และสามารถป้องกันโรคกระดูกพรุน

* โรคมะเร็ง น้ำมันมะกอกช่วยป้องกันเนื้องอกที่เกิดกับอวัยวะบางส่วน (เต้านม ต่อมลูกหมาก ลำไส้ใหญ่ ปีกมดลูก) ทั้งนี้เพราะกรดไขมันที่มีอยู่ในน้ำมันมะกอกนั้นช่วยยับยั้งอนุมูลอิสระ และช่วยต่อต้านการก่อตัวของ ติ่งเนื้อในอวัยวะต่างๆ ที่กล่าวมา

* สารกัมมันตภาพรังสี ภายหลังจากที่มีการค้นพบว่าน้ำมันมะกอกช่วยให้ร่างกายสามารถต้านทานสารกัมมันตภาพรังสีได้ น้ำมันมะกอกได้รับบรรจุเป็นส่วนหนึ่งของอาหารสำหรับนักบินอวกาศ

* อาหารเด็กอ่อน ด้วยสารประกอบในน้ำมันมะกอกและคุณสมบัติในการช่วยย่อยอาหาร จึงนับได้ว่าน้ำมันมะกอกเป็น ไขมันธรรมชาติที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำนมมารดามากที่สุด

*ชราภาพการที่เรารู้จักหาวิธีการเพื่อต่อต้านอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นภายในร่างกายของเราเพื่อป้องกันภาวะ
ความเสื่อมถอยของสุขภาพอันเนื่องมาจากอายุที่เพิ่มขึ้นนั้นนับว่าเป็นสิ่งสำคัญยิ่งจากการค้นคว้าวิจัยเรา
ได้ทราบว่าน้ำมันมะกอกมีคุณสมบัติในการต่อต้านภาวะความเสื่อมถอยของสมองและยังช่วยยืดอายุของเรา
ให้ยืนยาวขึ้นอีกด้วย

* ภาวะโรคหลอดเลือดหัวใจ จากการค้นคว้าวิจัยพบว่า น้ำมันมะกอกนั้นสามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดเลว (LDL) ในขณะเดียวกันจะไม่ทำให้คอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ลดระดับลง


Credit: http://women.thaiza.com/detail_31663.html

 

การนำน้ำมันมะกอกมาใช้

จะใช้น้ำมันมะกอกปรุงอาหารได้อย่างไร

1. นำมาใช้เป็นส่วนผสมในการทำน้ำสลัด หรือน้ำจิ้ม

2. นำมาใช้ในการผัด ชนิดที่ใช้น้ำมันน้อย เช่นผัดผักเร็ว ๆ ผัดกระเพรา มักกะโรนี สปาเก็ตตี หรือ พาสต้า

3. นำมาใช้ในการหมักเนื้อสัตว์ชนิดต่าง ๆ ก่อนที่จะนำไปอบจะทำให้เนื้อนุ่มขึ้น

4. ใช้เป็นน้ำมันสำหรับทอด จะช่วยให้อาหารไม่อมน้ำมันเนื่องจากน้ำมันมะกอกจะให้ความร้อนสูง ทำให้อาหารสุกทั่วถึงอย่างรวดเร็ว ไม่สูญเสียคุณค่าทางโภชนาการอีกด้วย



Credit:
http://www.lcc.ac.th/forum/board_posts.asp?FID=176
http://naichef.50megs.com/olive.html
http://www.pantip.com/cafe/food/topic/D6914864/D6914864.html
http://www.ubmthai.com/leksoundsmf3/index.php?topic=139.msg1069
http://www.pantown.com/board.php?id=10764&area=4&name=board11&topic=31&action=view

=======================================

 

= ตบท้าย =
ยาวหน่อยนะครับเอนทรี่นี้ แต่หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์บ้างพอสมควรนะครับ

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

ขอบคุณมั้ก ก๊อปไว้ใช้แล้ว ขอบคุณหลาย

#54 By อือ์ม..... (125.26.190.222) on 2010-01-17 09:24

รับทำนายชื่อ-นามสกุล ตั้งชื่อมงคล ตั้งชื่อร้าน ตั้งชื่อสินค้า เปลี่ยนชื่อ-นามสกุลเสริมดวงชะตา
ท่านรู้หรือไม่ว่าชื่อของท่านดีหรือไม่ดี ทำไมถึงเจ็บป่วยบ่อย ทำไมชีวิตถึงมีแต่ความหมองหม่น ซึมเศร้า ชีวิตสมรสมีปัญหา ครอบครัวไม่ราบรื่นแตกแยกทะเลาะ เบาะแว้ง อาภัพรัก ทำอะไรก็มีอุปสรรค หางานทำไม่ได้ซักที ทำอะไรก็ไม่สำเร็จ ชีวิตไม่มีความมั่นคง ความสุขไม่เคยได้สัมผัส ท่านลองให้เราตรวจสอบทำนายชื่อและนามสกุลของท่านว่าเป็นอย่างไร หากท่านใดที่ต้องการเปลี่ยนชื่อ หรือ นามสกุลใหม่ หรือต้องการตั้งชื่อให้บุตรหลาน ตั้งชื่อร้านอาหาร หรือร้านอื่น ๆ ตั้งชื่อสินค้า ตั้งชื่อวงดนตรี ตั้งชื่อสุนัข แมว หรือ สัตว์ อื่น ๆ เราตั้งชื่อได้ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นชื่อของอะไร โปรดติดต่อเราผ่านอีเมล์นี้ tanradee_p2@hotmail.com หรือที่เบอร์ 085-8796915
ให้เราทำนายชื่อ-นามสกุลให้ท่านดูก่อนว่าเป็นอย่างไร แล้วท่านค่อยตัดสินใจก็ได้ค่ะว่าจะเปลี่ยนหรือไม่
ค่าทำนายชื่อ-นามสกุล 100 บาท
รายละเอียดที่ต้องบอก
1) วัน เดือน ปีเกิด วันอะไรเช่น จันทร์ อังคาร ....(เกิดกลางวัน หรือกลางคืน)
2) ชื่อและ นามสกุล ของท่านที่ใช้ในปัจจุบัน (ระบุเพศด้วย)
3) เบอร์โทรติดต่อกลับ
ลองเปลี่ยนอะไรใหม่ ๆ ให้กับชีวิตท่าน ให้โอกาสแก่ตัวท่านลองดูไม่เสียหายค่ะ
ค่าทำนายชื่อและนามสกุล 100 บาท
ค่าตั้งชื่อคิดราคาชื่อละ 350 บาท
ตั้งชื่อใหม่พร้อมนามสกุลใหม่ 600 บาท
ตั้งนามสกุลอย่างเดียว 500 บาท
เพื่อความรวดเร็วให้โทรมาแจ้งชื่อ-นามสกุล วัน/เดือน/ปี/เกิด ตั้งไว้ก่อนน่ะค่ะ
เมื่อท่านโอนเงินให้ทางเราแล้วประมาณอย่างช้า 20 นาที เราจะส่งคำทำนายชื่อ-นามสกุลกลับไปให้ค่ะ (ทางอีเมลล์) สบายใจได้ค่ะไม่มีหลอกลวง เมื่อท่านโอนเงินแล้ว 2 วันยังไม่ได้รับ คำทำนายชื่อ ให้โทรมาด่าได้ แจ้งความได้ค่ะ

http://tanradee.gagto.com/
สิ่งที่จะได้รับเมื่อตั้งชื่อกับเรา
1) ชื่อ-ความหมายชื่อ-คำทำนายค่าตัวเลขของชื่อ
2) ฤกษ์เปลี่ยนชื่อ
3) วิธีแก้กรรม
4) สีเสื้อที่ควรใส่ไปถ่ายรูปทำบัตรประชาชน
ใช้หลักเลขศาสตร์+หลักทักษา+อายตนะ 6
ชำระเงินผ่านบัญชีธนาคารค่ะ
เชิญสอบถามรายละเอียด คุยแบบกันเองค่ะ
tanradee_p2@hotmail.com 085-8796915

#55 By ธัญรดี (222.123.136.89) on 2010-01-21 10:35

อยากรู้ครับว่าระหว่าง น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์สกัดเย็น กับ น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์สกัดเย็น มะไหนดีจริง หรือดีกว่ากัน ขอนักวิจัยช่วยตอบหน่อย ขอข้อมูลทางวิทย์ฯ สนับสนุนด้วย (คิดเอาเองไม่เอานะครับ)

#56 By drsat (118.173.63.129) on 2010-01-24 15:15

มีคนถามว่ามีน้ำมันพืชอะไรนอกจากรำข้าวและจมูกข้าวที่ช่วยเรื่องสมองและความจำ ใครรู้บอกหน่อย

#57 By kem (124.122.215.125) on 2010-02-21 17:06

Chair Dinette Set

#58 By Chair Dinette Set (110.164.229.48) on 2010-04-17 16:01

big smile

#59 By vietnam boonie hat (110.164.229.77) on 2010-04-17 20:59

<a href="http://wwvkqmhrpogsevf.com">emqestsewdlksac</a> http://taoiecatoapeear.com [url=http://diyqhkfendjszxo.com]jqmsfuoewpoeqpu[/url]

#60 By douxtwpxru (94.102.52.87) on 2010-06-10 20:43

อ่านแล้วได้ประโยชน์มากเลยค่ะเรื่อง olive oil หรือ น้ำมันมะกอก ไม่เคยรู้มาก่อนเลยค่ะ จากนี้ไปจะได้ลองใช้ดู ขอบคุณมากนะคะ

นู๋นุ่น

#61 By (41.138.170.252) on 2010-06-25 21:50

แล้วจะซื้อน้ำมันมะกอกได้ที่ไหนคะช่วยตอบที
ขอบคุณคะ

#62 By (202.29.20.31) on 2010-06-26 02:43

พื้นเทา ตัวอักษรน้ำเงิน อ่านไม่ได้เลยค่ะ

#63 By ติ๊ (125.26.193.50) on 2010-08-25 22:34

open-mounthed smile open-mounthed smile surprised smile
เเอบดุ

#64 By (182.93.199.77) on 2010-09-27 11:08

อยากรู้ว่าแต่ละชนิดของน้ำมะกอกเหมาะสำหรับการทำอาหารอะไรเช่นไร ครับ

#65 By pairat l (124.120.74.208) on 2010-09-28 03:45

ขอบคุณค่ะ ได้ความรู้เยอะเลย

#66 By her (118.172.102.221) on 2010-12-27 20:11

พี่เบิรด์ (ธงชัย แม็คอินไตย) ลงหนังสือพิมพ์ ว่า กินน้ำมันมะกอกทุกวัน วันละ 1 เป็ค ทุกวัน มา 10 ปี แล้วครับ..แล้วเทียบกี่ช้อนโต๊ะ?
แต่ทีแน่ แน่ เฮียเบิรด์ แกไม่แก่จริง จริง ว่ะ..เป็นมูลจากหนังสือนะครับ เท็จจริงต้องไปถามแกดู

#67 By เทพ (110.49.0.226) on 2011-01-21 20:46

ระวังเกิดสารก่อมะเร็ง

ศึกษากันทั้งสองด้าน

อย่าเชื่อผม

ใช้ปัญญากัน อย่าเชืออะไรง่ายๆ

คนไทยชอบเชื่ออะไรง่ายๆ และจะเป็นผลเสียกับตนเองนะ

#68 By ืononononononononono (180.180.239.69) on 2011-03-03 21:17

บทความได้ความรู้มากครับ ขอบคุณนะคับ

#69 By Sarun Ph on 2011-10-13 22:38

มีประโยชน์มากครับ ขอบคุณมากๆ oil Skinhttp://www.findoilskin.com/

#70 By chaip (171.4.168.147) on 2012-02-06 21:45

มีประโยชน์มาก ขอบคุณค่ะ. กำลังอยากรู้ว่า เอา นำ้มันมะกอก มาทาหน้าได้้ไหม. พอดี มา อังกฤษ หน้า แห้งมากครีม ก้ เอาไม่อยู่ เพื่อน ที่นี่ แนะนำให้้ลอง
ใช้ นำ้มันมะกอก เำราะ เขาบอกเขาใช้ประจำ( แต่เรามะกล้า :) )...

#71 By annita (86.171.190.153) on 2012-04-05 19:12

ได้ความรู้มากเลยแต่ถ้าเรานำมาทานก่อนนอนวันละ สองช้อนเขาบอกมา ไม่รู้ดีปะ พอจะตอบได้มะค่ะ

#72 By sain (103.7.57.18|110.49.233.165) on 2012-06-04 18:23

เอา มา ทำ ห้ย ไอ่  ปิก กาจู หั๊ย ขยาย  ดั๊ย อีก นะ คับ เพ๊น

#73 By No name (103.7.57.18|101.108.54.97) on 2012-06-06 18:58

สาระดีมาก

#74 By Prangry (103.7.57.18|171.99.223.107) on 2012-06-29 15:37

น้ำมันมะกอกแบบไหนที่นำมาทาตาได้ค่ะ ที่ใช้ทำอาหารตามซุปเปอร์มันสามารถเปนส่วนผสมนำมาทาตาได้ใช่มั้ยค่ะembarrassed embarrassed

#75 By Porpor (103.7.57.18|1.47.253.13) on 2012-08-16 07:19

เจ้าหน้าที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแนะนำให้กิน  ผมได้ซื้อมาลองกิน ปรากฏว่าดีต่อสุขภาพมากครับ  ขอบคุณครับ

#76 By สุรเดช สุธาชีวะ (103.7.57.18|58.11.53.212) on 2012-09-20 09:50

#77 By chaiyanop (103.7.57.18|58.11.2.174) on 2013-02-13 19:49

เพื่อนให้น้ำมัน  BLENDED SUNFLOWER AND EXTRA  VIRGIN OLIVE OIL ไม่ทราบวิธีใช้ ช่วยแนะนำด้วยค่ะ

#78 By jeed (103.7.57.18|171.6.213.234) on 2013-04-21 17:27

น่าเล่นน

#79 By บาคาร่าออนไลน์ (103.7.57.18|49.49.114.48) on 2013-05-10 15:11

ยี่ห้อ BARBERA ค่ะ ส่วนตัวเวลาไปอิตาลีจะซื้อกลับมา และเพื่อนๆก็ฝากซื้อค่ะ เป็นยี่ห้อเก่าแก่ เป็นเจ้าแรกของโลกที่บรรจุน้ำมันมะกอกใส่ขวดแก้ว ตั้งแต่ปี 1892 ค่ะ ส่วนตัวที่ทานอยู่เป็น Extra Virgin วันละ 2 ช้อนโต๊ะ ตอนเช้านะคะ มันจะช่วยขับสารพิษที่ตกค้างในกระเพาะ ลำไส้ และสมานแผลภายในด้วย สังเกตุเวลาเราขับถ่ายจะมีเมือกๆออกมาด้วย เหมือนเป็นการดีท็อกซ์ลำไส้เลยค่ะ ที่สถานล้างสารพิษในตับก็ใช้น้ำมันมะกอกตัวนี้ค่ะ ได้ข่าวมาแว่วๆว่า ตอนนี้เค้าเริ่มมีมาวายขายในบ้านเราบ้างแล้ว ลองหาซื้อดูนะคะ ราคาน่าจะประมาณ 400 บาท ขวดขนาด 1 ลิตร นะคะ ไม่แน่ใจ ยังไงเพื่อนๆ พี่ๆ ลองหาทานกันดูนะคะ อ่อ มีทริปมาบอกว่า Extra Virgin ห้ามปรุงอาหารผ่านความร้อนนะคะ มันจะทำลายประโยชน์และเป็นสารก่อมะเร็งด้วย ทางที่ดี ใช้คลุกทำน้ำสลัด หรือกินเปล่าเลยอย่างที่บอกจะดีที่สุดค่ะ

#80 By Manassanan Raphiromanee (103.7.57.18|103.10.230.20) on 2013-05-20 16:17

สุดยอดขอบคุณครับ

#81 By พิมล (49.48.167.143) on 2013-07-21 21:32

ละน้ำมันมะกอกที่ขัด"ขี้ไค"ใช่ตัวเดียวกับที่ทำอาหารปะ

#82 By Noname (223.205.244.18) on 2013-10-09 13:34

#83 By Chariang sooksomsin (171.98.184.108) on 2013-10-21 20:23

big smile

#84 By (171.4.251.13|171.4.251.13) on 2014-04-20 01:25