ข้าวคลุกกะปิ

posted on 02 Nov 2008 16:26 by googigg in Menu, The-Hotness

ใครชอบกิน "ข้าวคลุกกะปิ" ยกมือขึ้น

วันนี้ผมมีมาเสิร์ฟค๊าบบบบ

 

 

ข้าวคลุกกะปิ เป็นเมนูโปรดของผมอีกอย่างนึงครับ (<-- มีไรไม่ชอบกินมั่งมรึง) แต่ไม่เคยคิดจะทำเลย เพราะแค่เห็นเครื่องเยอะแยะก็ขี้เกียจแล้ว และก็คิดว่ามันยากด้วย

แต่ครั้งนี้ที่ลุกขึ้นมาทำ เพราะมีอยู่วันนึงกินข้าวกลางวันกับเพื่อนที่ทำงาน เพื่อนสั่งข้าวคลุกกะปิมากิน แล้วติดใจ แต่ แม่งแพงชิบ แพงมากๆ จานละ 85 บาท .. แม่เจ้าาาาา (ร้านนี้แพงทุกอย่าง ข้าวผัดกระเพราจานละ 65-70 บาท อย่างอื่นๆ ก็แตะ 100 ทั้งนั้น .. เป็นร้านที่อยู่ในตึกครับ) ก็เลยพูดทีเล่นทีจริงว่าเดี๋ยวทำมาให้กิน หลายวันผ่านไปคิดว่าจะลืมไปแล้ว ที่ไหนได้ เจ๊แกเดินมาทวงครับ !!! งานเข้าล่ะซิ เอาวะ ไหนๆ ก็พูดไปแล้ว ลองทำดูซะทีก็ได้

 

** ก่อนลงมือทำ ขอออกตัวก่อนนะครับว่า ไม่เคยทำเมนูนี้มาก่อนเลย อาศัยจินตนาการจากที่เคยกินมาล้วนๆ

 

ส่วนประกอบ:
     - ข้าวสวย
     - กะปิ
     - หมูสามชั้น
     - กุนเชียง
     - ไข่ไก่
     - กุ้งแห้ง
     - ปลาหมึกแห้ง
     - มะม่วงเปรี้ยวดิบ
     - แตงกวา
     - แอปเปิ้ลเขียว
     - หอมแดง
     - พริกขี้หนูสวน
     - มะนาว
** วันนี้ไม่มีรูปส่วนประกอบทั้งหมดมาให้ดูนะครับ ไม่ได้ถ่ายไว้

 

ก่อนอื่นก็ต้องหุงข้าวไว้ก่อนเลยครับ

หุงข้าวสวยๆ ได้แล้ว ก็เอามาคลุกกับกะปิครับ (ไม่งั้นจะเรียกว่าข้าวคลุกกะปิได้งัยเนอะ)
การคลุกจะทำในกระทะตั้งไฟอ่อนๆ ก็ได้ (ซึ่งผมใช้วิธีนี้) หรือถ้าข้าวร้อนมากอยู่แล้วก็แค่คลุกในชามอ่างเฉยๆ ก็ได้เหมือนกันครับ

พักข้าวไว้ก่อนครับ

หันมาทำหมูหวานกันดีกว่า

หั่นหมูสามชั้นเป็นชิ้นเล็กๆ นำไปเจียวในกระทะโดยใส่น้ำมันนิดหน่อยก็พอ
เจียวไปเรื่อยๆ น้ำมันจะออกมาเพียบเลย รอจนหมูสุกดี
ถ้าชอบกรอบมากก็รอนานหน่อย แต่ถ้าชอบนุ่มๆ ก็เอาแค่พอสุกก็พอครับ

เมื่อหมูสุกตามต้องการแล้ว เทน้ำมันออกโดยเหลือติดกระทะไว้เล็กน้อย
ใส่น้ำตาลปี๊บ ซอสปรุงรส น้ำปลาหรือซีอิ๊วขาวเล็กน้อย และซีอิ๊วดำ
หมั่นคนเร็วๆ เรื่อยๆ นะครับ อย่าให้น้ำตาลไหม้

นี่คือหน้าตาของหมูหวานที่เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ

มาดูของทอดอย่างอื่นกันบ้างครับ

กุ้งแห้งและปลาหมึกแ้ห้งทอด

ไข่เจียวบางๆ เตรียมเอาไปหั่นเป็นเส้นๆ
..ทอดได้เหียกมาก

กุนเชียงทอด

ของทอดทั้งหมด

เตรียมขนไป office

เตรียวข้าวเรียบร้อยแล้ว ของทอดก็เรียบร้อยแล้ว

หัันมาเตรียมผักต่างๆ กันต่อครับ

แตงกวา แอปเปิ้ลเขียวล้างแล้วหั่นเป็นชิ้นๆ ส่วนมะม่วงล้างแล้วซอยเป็นเส้นๆ

หอมแดงกับพริกขี้หนูสวน ซอยเล็กๆ

เอาละ ของพร้อมหมดแล้ว จัดใส่จานชิมฝีมือตัวเองก่อนซักจาน
..จานนี้ขาดแอปเปิ้ล

วันรุ่งขึ้น เวลาอาหารกลางวัน

จัดจานโดยแม่บ้านครับ

ดูเครื่องใกล้ๆ ซะหน่อย

กุ้งแห้งและปากหมึกแห้งทอด

กุนเชียงทอดและไข่เส้น

พริกและหอมแดง

หมูหวานและมะม่วงซอย

ปิดท้าย ให้ดูแบบเต็มๆ อีกรูปนึงครับ

ตอนแรกหวั่นๆ ว่าจะไม่ถูกปาก แต่พอจบมื้อแล้วปรากฏว่า "ได้รับคำชม" ถือว่าผ่านครับ อิอิ

จนถึงทุกวันนี้ เจ๊แกยังเรียกร้องให้ทำอีกอยู่เลย

 

= ตบท้าย =
   เอาเข้าจริงก็ไม่ยากเลยครับ เพียงแต่ต้องใช้เวลาหน่อย เนื่องจากเครื่องเยอะ
   จานนี้ทำไปนานหลายเดือนแล้วครับ แต่เพิ่งได้ฤกษ์เอามาให้ได้ชมกัน
   มีที่ไหนใส่ปลาหมึกแห้งรึป่าวครับ .. ที่ผมใส่เพราะเห็นว่ามันเหลืออยู่นิดหน่อย และคิดว่ามันน่าจะเข้ากันได้ ก็เลยออกมาอย่างที่เห็น
   จริงๆ ที่ผมทำครั้งนี้ ไม่ต้องมีมะนาวก็ได้ เพราะทั้งมะม่วงและแอปเปิ้ลเขียวก็เปรี้ยวมากพออยู่แล้ว
   รูปไม่ค่อยสวยนะครับ ใช้มือถือถ่าย

 

################################################

"กะปิ" เครื่องปรุงรส ที่มีความสำคัญในการประกอบอาหารของคนไทยทั่วทุกภาค เพราะคุณสมบัติที่ช่วยเพิ่มความกลมกล่อมให้กับรสชาติอาหารได้หลายชนิดนั่น เอง ไม่ว่าจะเป็นน้ำพริก หรือเป็นส่วนผสมของเครื่องแกงสารพัด และเมื่อถึงช่วงมะม่วงออกผลก็ยังได้ลิ้มรสกะปิหวานกับมะม่วงฝานสดๆ อีกด้วย


"กะปิ" คือเครื่องปรุงรสที่เกิดจากการนำกุ้งหรือเคยมาผสมกับเกลือในอัตราส่วนที่ เหมาะสมทิ้งไว้ให้สะเด็ดน้ำแล้วนำมาบด (บางที่อาจใช้ครกตำ) ให้แหลก แล้วหมักต่ออีกระยะหนึ่งเพื่อให้ได้กลิ่นและรสตามธรรมชาติ ในสมัยก่อนตามชนบทจะมีไหกะปิเล็กๆ วางเรียงรายตามใต้ถุนบ้านเพื่อเก็บไว้กินนานๆ
 
จากที่เคยทำแบบพออยู่พอกิน กระบวนการทำ "กะปิ" ในปัจจุบันก็ได้ถูกแปรรูปเป็นแบบอุตสาหกรรมใหม่ ผลิตกันครั้งละมากๆ ทำให้เกิดปัญหาด้านคุณภาพที่อาจจะลดลง (อย่างประโยคที่เคยได้ยินกันว่าคุณภาพมักจะสวนทางกับปริมาณ) มีสิ่งแปลกปลอมปนเปลื้อนในกะปิมากขึ้น เริ่มจากที่