กุ้งผัดพริกกระเทียม
posted on 08 Jan 2009 14:26 by googigg in Menu, The-Hotness
กุ้งอีกแล้ววววว อย่าเพิ่งเบื่อกันล่ะ .. สำหรับใครที่ไม่กินกุ้ง ก็ขออภัยล่วงหน้าเลยนะคร้าบบบ
เมนูนี้เกิดจากการที่มีกุ้งเหลือติดตู้เย็นอยู่นิดหน่อย แต่ไม่มีผักใดๆ ทั้งสิ้น .. ทำงัยดี
มองไปมองมาในครัวก็เจอแต่พริกแห้งกับกระเทียม .. เอาวะ มีแค่ไหนก็ใช้แค่นั้นละกัน มันน่าจะออกมาเป็นอาหารได้ซักอย่างล่ะน่า
จริงๆ แล้ว วิธีการทำมันจะคล้ายๆ กับที่ผมเคยทำ >>สปาเก็ตตี้ผัดกุ้ง<< ไว้ครับ ต่างกันแค่ไม่ใส่เส้นสปาเก็ตตี้เท่านั้นเอง
ส่วนประกอบ:
- กุ้ง
- พริกขี้หนูแห้ง
- กระเทียม
- เกลือ, พริกไทย
วิธีการทำก็ง่ายซะยิ่งกว่าง่าย เพราะว่าทุกอย่างสุกเร็วทั้งนั้นครับ
ตั้งกระทะใส่น้ำมันเล็กน้อย รอให้ร้อน
ใส่พริกขี้หนูแห้งกับกระเทียมลงผัด (ระวังไหม้นะครับ)
จากนั้นนำกุ้งลงผัดต่อ
ปรุงรสด้วยเกลือ และพริกไทยป่นเล็กน้อย
(ใครชอบหวาน ใส่น้ำตาลทรายได้นิดหน่อยนะครับ
และถ้าใครชอบให้มีกลิ่นหอมๆ ก็ใช้ซอสปรุงรสแทนเกลือได้ครับ)
แป๊บเดียวเท่านั้น เราก็จะได้ กุ้งผัดพริกกระเทียม หน้าตาเช่นนี้
เนื้อกุ้งเด้งๆ เลย
สาดรูปไปเยอะๆ (เนื่องจากเนื้อหาน้อย
)
แถมอีกรูป 
เนื้อกุ้งเด้งๆ หวานๆ บวกกับความเค็มจากเกลือเล็กน้อย แถมรสเผ็ดเล็กๆ ติดปลายลิ้นอีกหน่อย .. แค่นี้ก็อร่อย อย่าบอกใคร
= ตบท้าย =
อย่าผัดนานนะครับ เดี๋ยวเนื้อกุ้งจะแข็งเกิน
ถ้าชอบแบบมีน้ำนิดๆ ก็ใส่ได้นะครับ คลุกข้าวอร่อยดี
ถ้าใช้พริกขี้หนูสด (อาจ)จะให้อีกอารมณ์นึง
.
.
.
(copy มาจาก => หมูคั่วกระเทียมพริกไทย .. ไหม้ๆ)
################################################
กระเทียม
ชื่ออื่น ๆ หอมขาว, หอมเทียม, เทียม, หัวเทียม, Allium, Common Garlic
ชื่อวิทยาศาสตร์ Allium sativum Linn.
วงศ์ ALLIACEAE
ลักษณะพืช
พืชล้มลุก มีลำต้นใต้ดินชนิดหัว(bulb)
หัวมีลักษณะเป็นกลีบ 6-10 กลีบ เกาะกันแน่น สีขาว แต่ละกลีบมีเยื่อบาง ๆ
สีขาวหรือขาวอมชมพูหุ้มอยู่ ใบเป็นใบเดี่ยว
โพล่ขึ้นมาจากดินเรียงซ้อนสลับกัน ใบยาวแบน สีเขียวเข้มคล้ายใบหญ้ากว้าง
0.5-2.5 เซนติเมตร ยาว 30-60 เซนติเมตร ดอกมีสีขาวออกเป็นกระจุกแบบซี่ร่ม
ก้านช่อดอกยาว ทุกส่วนของต้นมีกลิ่นฉุน
ส่วนที่ใช้ประโยชน์และสาระสำคัญด้านอาหาร
หัวและใบประกอบด้วยโปรตีน คารโบไฮเดรต แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก
วิตามินซี และวิตามินบี 2 เป็นต้น
หัวกระเทียมใช้เป็นส่วนประกอบของเครื่องแกงชนิดต่าง ๆ เช่น น้ำพริกแกงเผ็ด
แกงส้ม น้ำพริกผักจิ้ม ใช้ผัดกับอาหารชนิดต่าง ๆ เพื่อแต่งกลิ่น
กระเทียมเจียวใช้โรยหน้าเพื่อแต่งกลิ่นอาหารไทยหลายชนิด เช่น ก๋วยเตี๋ยว
แกงจืด สาคูไส้หมู ข้าวเกรียบปากหม้อ เป็นต้น
ใบและหัวกระเทียมสดใช้เป็นผัก หัวกระเทียมใช้ดองเป็นอาหารอีกด้วย
ด้านการบำบัดรักษา
ในหัวกระเทียมสดมีน้ำมันหอมระเหยร้อยละ 0.1-0.4
ซึ่งประกอบด้วยสารอินทรีย์กำมะถันหลายชนิด เช่น อัลลิอิน (alliin),
อัลลิซิน (allicin), ไดอัลลิลไดซัลไฟด์ (daiallyl disulfide),
ไดอัลลิลไตรซัลไฟด์ (daiallyl trisulfide), เมททิลอัลลิลไตรซัลไฟด์
(methyl allyl trisulfide) และสารอินทรีย์กำมะถันที่ละลายได้ในน้ำ เช่น
เอส-อัลลิลเมอร์คาโตซีสทีอีน (S-allylmercatocysteine) เป็นต้น
นอกจากนี้ในกระเทียมยังประกอบด้วยน้ำย่อยหลายชนิดเช่น อัลลิเนส (allinase)
ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่เปลี่ยนสารอัลลิอินให้เป็นสารอัลลิซินได้
นอกจากนี้ยังมีเอนไซม์เปอรอกซิเดส (peroxidase), อินเวอเทส (invertase)
และไทโรซิเนส (tyrosinase) เป็นต้น
กระเทียมมีประโยชน์ในด้านการบำบัดรักษามากมาย ที่สำคัญได้แก่
1.ใช้ขับเหงื่อ ขับเสมหะ และขับปัสสาวะ
วิธีใช้ ใช้หัวกระเทียมสดครึ่งกิโลกรัม ทุบพอแตก ใส่ในขวดโหล
เติมน้ำผึ้งหรือน้ำหวานข้น ๆ 1 ถ้วยแก้ว แช่ไว้ประมาณ 1 อาทิตย์
ใช้รับประทานครั้งละครึ่งช้อนโต๊ะ วันละ 3 ครั้ง
2.ใช้ขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ แก้จุกเสียดแน่น
วิธีใช้ ใช้กระเทียม 5-7 กลีบ บดให้ละเอียด เติมน้ำส้มสายชู 2
ช้อนโต๊ะ เติมเกลือและน้ำตาลเล็กน้อยผสมให้เข้ากัน
กรองเอาแต่น้ำใช้ดื่มหรือใช้เนื้อกระเทียม 5 กลีบ หั่นซอยให้ละเอียด
รับประทานหลังอาหารทุกเมื้อ
3.ช่วยลดโคเลสเตอรอลในเลือด
วิธีใช้ รับประทานกระเทียมสดครั้งละ 5 กรัม วันละ 3
ครั้งพร้อมอาหารหรือหลังอาหาร เป็นเวลา 1 เดือน
ปริมาณโคเลสเตอรอลในเลือดจะลดลง เมื่อไขมันอยู่ในระดับปกติแล้ว
ให้รับประทานกระเทียมต่อไปวันละ 5 กรัม
ก็จะสามารถรักษาระดับโคเลสเตอรอลให้ปกติได้
หากไม่ชอบรับประทานกระเทียมสดอาจรับประทานกระเทียมผง
หรือน้ำมันกระเทียมแทนก็ได้ โดยรับประทานครั้งละ 2 แคปซูล วันละ 3
เวลาหลังอาหาร สารสำคัญที่ออกฤทธิ์คือ สารอัลลิซิน
4.ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดอุดตัน และกล้ามเนื้อหัวใจหยุดทำงานเฉียบพลัน
วิธีใช้ รับประทานกระเทียมสดครั้งละ 5 กรัม วันละ 3 เวลา
พร้อมอาหารหรือหลังอาหาร เช่นเดียวกับเมื่อต้องการลดโคเลสเตอรอล
สารสำคัญที่ออกฤทธิ์ คือ เมททิลอัลลิลไตรซัลไฟด์
5.ช่วยลดความดันโลหิต
วิธีใช้ ใช้เช่นเดียวกับการใช้เพื่อลดโคเลสเตอรอล
6.ช่วยลดน้ำตาลในเลือด เป็นผลที่สรุปได้จากการวิจัยในสัตว์ทดลอง
7.ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของ วัณโรค คอตีบ ปอดบวม ไทฟอยด์ และคออักเสบ
ทั้งนี้พบว่าฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียดังกล่าวจะ
ได้ผลดีเมื่อใช้กระเทียมสด ฤทธิ์จะลดลงมากหลังเก็บกระเทียมไว้นาน 6 เดือน
สารสำคัญที่ออกฤทธิ์ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียคือ สารอัลลิซิน สคอร์ดินิน
(scordinin) และสคอร์ดินีนเอ (scordinine A)
8.ช่วยรักษาโรคกลาก
กระเทียมมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราที่ก่อให้เกิดโรคลิ้นเป็น
ฝ้าขาวและโรคกลากได้ สารที่ออกฤทธิ์คือ สารอัลลิซิน
วิธีใช้ ใช้หัวกระเทียมสดฝานทาบริเวณที่เป็นบ่อย ๆ
นอกจากนี้ยังมีรายงานว่ากระเทียมมีฤทธิ์ขับพยาธิในคนและสัตว์ได้
มีฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็งบางชนิด
มีฤทธิ์ฆ่าแมลงและมีฤทธิ์ทำให้มดลูกบีบตัวอีกด้วย
ข้อควรระวัง ในการบริโภคกระเทียม ผู้ที่เป็นโรคกระเพาะ
หรือคนปกติที่รับประทานกระเทียมมากเกินไป
รวมทั้งคนที่รับประทานกระเทียมขณะท้องว่างอาจเกิดการระคายเคืองต่อกระเพาะ
อาหารได้ ควรรับประทานกระเทียมไปพร้อม ๆ กับอาหารหรือหลังอาหาร
หากเกิดอาการคลื่นไส้ ปวกท้อง ควรรับประทานกระเทียมให้น้อยลง
Credit: http://www.geocities.com/chonabot/garlic.html
################################################
ไอ้แพท..
จุดสำคัญของจานนี้น่าจะอยู่ที่ความสดขอกุ้งเลยสินะ
(และฝีมือของคนทำด้วย)
ขอข้าวเปล่าโถนึง!
#1 By Media Eater on 2009-01-08 14:42