กุ้งอีกแล้ววววว อย่าเพิ่งเบื่อกันล่ะ .. สำหรับใครที่ไม่กินกุ้ง ก็ขออภัยล่วงหน้าเลยนะคร้าบบบ

 

เมนูนี้เกิดจากการที่มีกุ้งเหลือติดตู้เย็นอยู่นิดหน่อย แต่ไม่มีผักใดๆ ทั้งสิ้น .. ทำงัยดี

มองไปมองมาในครัวก็เจอแต่พริกแห้งกับกระเทียม .. เอาวะ มีแค่ไหนก็ใช้แค่นั้นละกัน มันน่าจะออกมาเป็นอาหารได้ซักอย่างล่ะน่า

 

 

 

 

จริงๆ แล้ว วิธีการทำมันจะคล้ายๆ กับที่ผมเคยทำ >>สปาเก็ตตี้ผัดกุ้ง<< ไว้ครับ ต่างกันแค่ไม่ใส่เส้นสปาเก็ตตี้เท่านั้นเอง

 

ส่วนประกอบ:
- กุ้ง
- พริกขี้หนูแห้ง
- กระเทียม
- เกลือ, พริกไทย


วิธีการทำก็ง่ายซะยิ่งกว่าง่าย เพราะว่าทุกอย่างสุกเร็วทั้งนั้นครับ

ตั้งกระทะใส่น้ำมันเล็กน้อย รอให้ร้อน
ใส่พริกขี้หนูแห้งกับกระเทียมลงผัด (ระวังไหม้นะครับ)
จากนั้นนำกุ้งลงผัดต่อ

 

ปรุงรสด้วยเกลือ และพริกไทยป่นเล็กน้อย
(ใครชอบหวาน ใส่น้ำตาลทรายได้นิดหน่อยนะครับ
และถ้าใครชอบให้มีกลิ่นหอมๆ ก็ใช้ซอสปรุงรสแทนเกลือได้ครับ)

 

แป๊บเดียวเท่านั้น เราก็จะได้ กุ้งผัดพริกกระเทียม หน้าตาเช่นนี้

 

เนื้อกุ้งเด้งๆ เลย

 

สาดรูปไปเยอะๆ (เนื่องจากเนื้อหาน้อย )

 

แถมอีกรูป

 

เนื้อกุ้งเด้งๆ หวานๆ บวกกับความเค็มจากเกลือเล็กน้อย แถมรสเผ็ดเล็กๆ ติดปลายลิ้นอีกหน่อย .. แค่นี้ก็อร่อย อย่าบอกใคร

 

= ตบท้าย =
อย่าผัดนานนะครับ เดี๋ยวเนื้อกุ้งจะแข็งเกิน
ถ้าชอบแบบมีน้ำนิดๆ ก็ใส่ได้นะครับ คลุกข้าวอร่อยดี
ถ้าใช้พริกขี้หนูสด (อาจ)จะให้อีกอารมณ์นึง

.
.
.

(copy มาจาก => หมูคั่วกระเทียมพริกไทย .. ไหม้ๆ)

################################################

กระเทียม

ชื่ออื่น ๆ หอมขาว, หอมเทียม, เทียม, หัวเทียม, Allium, Common Garlic
ชื่อวิทยาศาสตร์ Allium sativum Linn.
วงศ์ ALLIACEAE
ลักษณะพืช
พืชล้มลุก มีลำต้นใต้ดินชนิดหัว(bulb) หัวมีลักษณะเป็นกลีบ 6-10 กลีบ เกาะกันแน่น สีขาว แต่ละกลีบมีเยื่อบาง ๆ สีขาวหรือขาวอมชมพูหุ้มอยู่ ใบเป็นใบเดี่ยว โพล่ขึ้นมาจากดินเรียงซ้อนสลับกัน ใบยาวแบน สีเขียวเข้มคล้ายใบหญ้ากว้าง 0.5-2.5 เซนติเมตร ยาว 30-60 เซนติเมตร ดอกมีสีขาวออกเป็นกระจุกแบบซี่ร่ม ก้านช่อดอกยาว ทุกส่วนของต้นมีกลิ่นฉุน


ส่วนที่ใช้ประโยชน์และสาระสำคัญด้านอาหาร

หัวและใบประกอบด้วยโปรตีน คารโบไฮเดรต แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินซี และวิตามินบี 2 เป็นต้น หัวกระเทียมใช้เป็นส่วนประกอบของเครื่องแกงชนิดต่าง ๆ เช่น น้ำพริกแกงเผ็ด แกงส้ม น้ำพริกผักจิ้ม ใช้ผัดกับอาหารชนิดต่าง ๆ เพื่อแต่งกลิ่น กระเทียมเจียวใช้โรยหน้าเพื่อแต่งกลิ่นอาหารไทยหลายชนิด เช่น ก๋วยเตี๋ยว แกงจืด สาคูไส้หมู ข้าวเกรียบปากหม้อ เป็นต้น ใบและหัวกระเทียมสดใช้เป็นผัก หัวกระเทียมใช้ดองเป็นอาหารอีกด้วย


ด้านการบำบัดรักษา
ในหัวกระเทียมสดมีน้ำมันหอมระเหยร้อยละ 0.1-0.4 ซึ่งประกอบด้วยสารอินทรีย์กำมะถันหลายชนิด เช่น อัลลิอิน (alliin), อัลลิซิน (allicin), ไดอัลลิลไดซัลไฟด์ (daiallyl disulfide), ไดอัลลิลไตรซัลไฟด์ (daiallyl trisulfide), เมททิลอัลลิลไตรซัลไฟด์ (methyl allyl trisulfide) และสารอินทรีย์กำมะถันที่ละลายได้ในน้ำ เช่น เอส-อัลลิลเมอร์คาโตซีสทีอีน (S-allylmercatocysteine) เป็นต้น นอกจากนี้ในกระเทียมยังประกอบด้วยน้ำย่อยหลายชนิดเช่น อัลลิเนส (allinase) ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่เปลี่ยนสารอัลลิอินให้เป็นสารอัลลิซินได้ นอกจากนี้ยังมีเอนไซม์เปอรอกซิเดส (peroxidase), อินเวอเทส (invertase) และไทโรซิเนส (tyrosinase) เป็นต้น กระเทียมมีประโยชน์ในด้านการบำบัดรักษามากมาย ที่สำคัญได้แก่

1.ใช้ขับเหงื่อ ขับเสมหะ และขับปัสสาวะ
วิธีใช้ ใช้หัวกระเทียมสดครึ่งกิโลกรัม ทุบพอแตก ใส่ในขวดโหล เติมน้ำผึ้งหรือน้ำหวานข้น ๆ 1 ถ้วยแก้ว แช่ไว้ประมาณ 1 อาทิตย์ ใช้รับประทานครั้งละครึ่งช้อนโต๊ะ วันละ 3 ครั้ง
2.ใช้ขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ แก้จุกเสียดแน่น
วิธีใช้ ใช้กระเทียม 5-7 กลีบ บดให้ละเอียด เติมน้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ เติมเกลือและน้ำตาลเล็กน้อยผสมให้เข้ากัน กรองเอาแต่น้ำใช้ดื่มหรือใช้เนื้อกระเทียม 5 กลีบ หั่นซอยให้ละเอียด รับประทานหลังอาหารทุกเมื้อ
3.ช่วยลดโคเลสเตอรอลในเลือด
วิธีใช้ รับประทานกระเทียมสดครั้งละ 5 กรัม วันละ 3 ครั้งพร้อ