diy

เมื่อเกือบ 2 อาทิตย์ที่แล้ว ที่ผมกลับบ้านตจว. ช่วงไหว้เจ้า แล้วได้ทำยำวุ้นเส้นกิน >ที่นี่< ตอนท้ายๆ เอนทรี่ผมได้เอากับข้าวไหว้เจ้ามาให้ได้ชมกันด้วย ซึ่ง 1 ในนั้นก็คือหมูทอด+ไก่ทอดคับ

และตอนที่ผมกลับมากรุงเทพฯ ก็ได้เอาหมูทอดติดมือกลับมาด้วยเยอะพอสมควร แต่จะแค่เอามาหั่นๆๆ แล้วก็จิ้มน้ำจิ้มเหมือนที่บ้านมันก็กระไรอยู่ ก็เลยเอามาปรุงเพิ่มโดยการคั่วกับกระเทียมและพริกไทยเยอะๆ 

จริงๆ มันก็ดูง่ายๆ ธรรมดาๆ นี่หละคับ ไม่ได้แปลกใหม่อะไรเลย แต่มันก็ยังดีกว่ากินเปล่าๆ ใช่มั้ยคับ ??? ว่าแล้วเราก็มาลงมือทำกันเลยคับ

 

 

 

ส่วนประกอบ:
     - หมูทอดที่เหลือจากการไหว้เจ้า
     - กระเทียมเยอะๆ
     - พริกไทยเม็ดขาว-ดำเยอะๆ
     - เกลือ

หั่นหมูเป็นชิ้นเล็กๆ 

กระเทียมปอกเปลือกแล้วสับหยาบๆ
พริกไทยทั้ง 2 สี ตำหยาบๆ เหมือนกัน

เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว ก็จะเริ่มลงมือละนะคับ

ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันไม่ต้องเยอะ

พอน้ำมันร้อนดีแล้ว เอาหมูลงไปอุ่นสักพักนึงก่อน

เอากระเทียมสับลง

แล้วตามด้วยพริกไทย
ช่วงนี้ก็โรยเกลือไปด้วยนิดหน่อยคับ

แล้วก็คั่วไปเรื่อยๆ

เริ่มเหลืองแล้วววว

ของทอดๆ คั่วๆ จะกินเฉยๆ ก็ดูจะไม่เวิร์ค เพราะฉะนั้นหาผักมาซักหน่อยท่าจะดี

ว่าแล้วเราก็จัดผักรอไว้ก่อน .. วันนี้มีผักกาดหอมแดงและผักกาดแก้วหั่นเป็นเส้นๆ

เสร็จแล้วคับ

ดูหน้าตรงกันบ้าง

Zoom Zoom

หอมกระเทียมพริกไทยมากๆๆๆ เลยคับ

 


= ตบท้าย =
   ลืมไปว่ากระทะใบนี้มันร้อนง่ายมาก ตอนคั่วๆ อยู่ดันแวบมาดูข่าว แป๊บเดียวเอง กระเทียมไหม้เลย แต่ก็ยังโออยู่นะ ยังกินได้อยู่
   ขมนิดขมหน่อย ก็ทนกินกันไป .. เลือกกระเทียมไหม้ๆ ทิ้งไปก็ใช้ได้ละ
   อ่อนเค็มไปนิดเนื่องจากใส่เกลือน้อยไปหน่อย (ทีแรกกลัวจะเค็ม) 
   ใครไม่ชอบหมูแข็งๆ อาจจะไม่ค่อยถูกใจเมนูนี้เท่าไรนะคับ .. แต่ผมชอบมากกกก เคี้ยวมันส์ดี กินเสร็จเมื่อยกรามกันไปข้างนึงเลย

 

################################################

กระเทียม

ชื่ออื่น ๆ หอมขาว, หอมเทียม, เทียม, หัวเทียม, Allium, Common Garlic
ชื่อวิทยาศาสตร์ Allium sativum Linn.
วงศ์ ALLIACEAE
ลักษณะพืช
          พืชล้มลุก มีลำต้นใต้ดินชนิดหัว(bulb) หัวมีลักษณะเป็นกลีบ 6-10 กลีบ เกาะกันแน่น สีขาว แต่ละกลีบมีเยื่อบาง ๆ สีขาวหรือขาวอมชมพูหุ้มอยู่ ใบเป็นใบเดี่ยว โพล่ขึ้นมาจากดินเรียงซ้อนสลับกัน ใบยาวแบน สีเขียวเข้มคล้ายใบหญ้ากว้าง 0.5-2.5 เซนติเมตร ยาว 30-60 เซนติเมตร ดอกมีสีขาวออกเป็นกระจุกแบบซี่ร่ม ก้านช่อดอกยาว ทุกส่วนของต้นมีกลิ่นฉุน


ส่วนที่ใช้ประโยชน์และสาระสำคัญด้านอาหาร

          หัวและใบประกอบด้วยโปรตีน คารโบไฮเดรต แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินซี และวิตามินบี 2 เป็นต้น หัวกระเทียมใช้เป็นส่วนประกอบของเครื่องแกงชนิดต่าง ๆ เช่น น้ำพริกแกงเผ็ด แกงส้ม น้ำพริกผักจิ้ม ใช้ผัดกับอาหารชนิดต่าง ๆ เพื่อแต่งกลิ่น กระเทียมเจียวใช้โรยหน้าเพื่อแต่งกลิ่นอาหารไทยหลายชนิด เช่น ก๋วยเตี๋ยว แกงจืด สาคูไส้หมู ข้าวเกรียบปากหม้อ เป็นต้น ใบและหัวกระเทียมสดใช้เป็นผัก หัวกระเทียมใช้ดองเป็นอาหารอีกด้วย


ด้านการบำบัดรักษา
          ในหัวกระเทียมสดมีน้ำมันหอมระเหยร้อยละ 0.1-0.4 ซึ่งประกอบด้วยสารอินทรีย์กำมะถันหลายชนิด เช่น อัลลิอิน (alliin), อัลลิซิน (allicin), ไดอัลลิลไดซัลไฟด์ (daiallyl disulfide), ไดอัลลิลไตรซัลไฟด์ (daiallyl trisulfide), เมททิลอัลลิลไตรซัลไฟด์ (methyl allyl trisulfide) และสารอินทรีย์กำมะถันที่ละลายได้ในน้ำ เช่น เอส-อัลลิลเมอร์คาโตซีสทีอีน (S-allylmercatocysteine) เป็นต้น นอกจากนี้ในกระเทียมยังประกอบด้วยน้ำย่อยหลายชนิดเช่น อัลลิเนส (allinase) ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่เปลี่ยนสารอัลลิอินให้เป็นสารอัลลิซินได้ นอกจากนี้ยังมีเอนไซม์เปอรอกซิเดส (peroxidase), อินเวอเทส (invertase) และไทโรซิเนส (tyrosinase) เป็นต้น กระเทียมมีประโยชน์ในด้านการบำบัดรักษามากมาย ที่สำคัญได้แก่

1.ใช้ขับเหงื่อ ขับเสมหะ และขับปัสสาวะ
          วิธีใช้ ใช้หัวกระเทียมสดครึ่งกิโลกรัม ทุบพอแตก ใส่ในขวดโหล เติมน้ำผึ้งหรือน้ำหวานข้น ๆ 1 ถ้วยแก้ว แช่ไว้ประมาณ 1 อาทิตย์ ใช้รับประทานครั้งละครึ่งช้อนโต๊ะ วันละ 3 ครั้ง
2.ใช้ขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ แก้จุกเสียดแน่น
          วิธีใช้ ใช้กระเทียม 5-7 กลีบ บดให้ละเอียด เติมน้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ เติมเกลือและน้ำตาลเล็กน้อยผสมให้เข้ากัน กรองเอาแต่น้ำใช้ดื่มหรือใช้เนื้อกระเทียม 5 กลีบ หั่นซอยให้ละเอียด รับประทานหลังอาหารทุกเมื้อ
3.ช่วยลดโคเลสเตอรอลในเลือด
          วิธีใช้ รับประทานกระเทียมสดครั้งละ 5 กรัม วันละ 3 ครั้งพร้อมอาหารหรือหลังอาหาร เป็นเวลา 1 เดือน ปริมาณโคเลสเตอรอลในเลือดจะลดลง เมื่อไขมันอยู่ในระดับปกติแล้ว ให้รับประทานกระเทียมต่อไปวันละ 5 กรัม ก็จะสามารถรักษาระดับโคเลสเตอรอลให้ปกติได้ หากไม่ชอบรับประทานกระเทียมสดอาจรับประทานกระเทียมผง หรือน้ำมันกระเทียมแทนก็ได้ โดยรับประทานครั้งละ 2 แคปซูล วันละ 3 เวลาหลังอาหาร สารสำคัญที่ออกฤทธิ์คือ สารอัลลิซิน
4.ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดอุดตัน และกล้ามเนื้อหัวใจหยุดทำงานเฉียบพลัน
          วิธีใช้ รับประทานกระเทียมสดครั้งละ 5 กรัม วันละ 3 เวลา พร้อมอาหารหรือหลังอาหาร เช่นเดียวกับเมื่อต้องการลดโคเลสเตอรอล สารสำคัญที่ออกฤทธิ์ คือ เมททิลอัลลิลไตรซัลไฟด์
5.ช่วยลดความดันโลหิต
          วิธีใช้  ใช้เช่นเดียวกับการใช้เพื่อลดโคเลสเตอรอล
6.ช่วยลดน้ำตาลในเลือด เป็นผลที่สรุปได้จากการวิจัยในสัตว์ทดลอง
7.ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของ วัณโรค คอตีบ ปอดบวม ไทฟอยด์ และคออักเสบ
          ทั้งนี้พบว่าฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียดังกล่าวจะ ได้ผลดีเมื่อใช้กระเทียมสด ฤทธิ์จะลดลงมากหลังเก็บกระเทียมไว้นาน 6 เดือน สารสำคัญที่ออกฤทธิ์ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียคือ สารอัลลิซิน สคอร์ดินิน (scordinin) และสคอร์ดินีนเอ (scordinine A)
8.ช่วยรักษาโรคกลาก กระเทียมมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราที่ก่อให้เกิดโรคลิ้นเป็น ฝ้าขาวและโรคกลากได้ สารที่ออกฤทธิ์คือ สารอัลลิซิน
           วิธีใช้ ใช้หัวกระเทียมสดฝานทาบริเวณที่เป็นบ่อย ๆ


นอกจากนี้ยังมีรายงานว่ากระเทียมมีฤทธิ์ขับพยาธิในคนและสัตว์ได้ มีฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็งบางชนิด มีฤทธิ์ฆ่าแมลงและมีฤทธิ์ทำให้มดลูกบีบตัวอีกด้วย


ข้อควรระวัง ในการบริโภคกระเทียม ผู้ที่เป็นโรคกระเพาะ หรือคนปกติที่รับประทานกระเทียมมากเกินไป รวมทั้งคนที่รับประทานกระเทียมขณะท้องว่างอาจเกิดการระคายเคืองต่อกระเพาะ อาหารได้ ควรรับประทานกระเทียมไปพร้อม ๆ กับอาหารหรือหลังอาหาร หากเกิดอาการคลื่นไส้ ปวกท้อง ควรรับประทานกระเทียมให้น้อยลง

Credit: http://www.geocities.com/chonabot/garlic.html
################################################
อยากซดแกงจืดร้อน ร๊อนนนนนนนน

รื้อๆ ตู้เย็นดู โชคดีชะมัด มีของพอที่จะทำได้ซะด้วย .. ว่าแล้วก็ลงมือทำเลยดีกว่า ง่ายๆ แบบนี้ ใช้เวลาไม่นานคับ แถมอร่อยอีกตะหาก (แอบชมตัวเองนิดนึง)

 

 

 

 

ส่วนประกอบ:
- กะหล่ำปลี 1 หัวย่อมๆ
- หมูสับ
- ลูกชิ้นหมู
- แครอท
- คื่นช่าย

หมักหมูสับให้เรียบร้อย ผมใส่พริกไทยป่น ซอสหอยนางรม และซอสปรุงรส
..ปกติผมจะตำพริกไทยเม็ดหยาบๆ ใส่ลงไป เวลากินมันเผ็ดร้อนแล้วก็กรุบๆ ดี แต่วันนี้ขี้เกียจ เลยใช้พริกไทยป่นแทน

เริ่มต้มแล้วนะค้าบบ

ตั้งหม้อ รอน้ำเดือด ใส่แครอทลงไปก่อน เพื่อความหวานของน้ำซุป
..นี่เดือดพล่านจนควันเพียบไปหมด ไม่สามารถถ่ายรูปให้ชัดกว่านี้ได้แล้วคับ

ใส่ลูกชิ้นและหมูสับตามลงไป
..หมูสับก็เอาช้อนตักๆ ใส่ลงไปเลยคับ ไม่ต้องปั้นเป็นก้อนสวยงาม มันดูผู้ดีเกินไป

จากนั้นก็ใส่กะหล่ำปลี แล้วปรุงรสตามชอบคับ
.. กะหล่ำปลี 1 หัว ผมผ่า 4 แค่นี้ จบ

รอให้เดือดอีกรอบ

ขั้นตอนสุดท้าย ใส่คื่นช่ายแล้วปิดเตาได้เลยคับ

เสร็จสมบูรณ์พูนสุข .. เสิร์ฟได้แล้วค้าบบ

แกงจืดร้อนๆ มันซดคล่องคอดีจริงๆ คับ ทำให้เจริญอาหารด้วย กินกัน 2 คนล่อซะเกือบหมดหม้อเลย

 

= ตบท้าย =
หน้าตาออกมาดูบ้านๆ เนอะ

 

################################################

กะหล่ำปลี ขึ้นชื่อว่าเป็นผักแห่งวิตามินซี ไม่มีใครไม่รู้จักกะหล่ำปลี เพราะผักรูปร่างกลมๆแน่นๆ มีทั้งสีเขียว สีขาว และสีม่วงชนิดนี้ มีสารต้านมะเร็งมากมาย ผลวิจัยกว่า 10,000 ชิ้นกล่าวว่า การบริโภคกะหล่ำปลีมากกว่า 1 ครั้ง/สัปดาห์ ลดโอกาสการเป็นมะเร็งลำไส้ในผู้ชายลงถึง 66% ทานกะหล่ำปลีปรุง(สุก)วันละ 2 ช้อนโต๊ะป้องกันมะเร็งในช่องท้อง และทานกะหล่ำปลีสดดีกว่ากะหล่ำปลีสุกอีกด้วย

สารอาหาร
ในกะหล่ำปลีมีสารเอสเมธิลเมโธโอนิน สามารถรักษาโรคกะเพาะอาหารและมีสารกอยโตรเจนที่ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคคอพอก นอกจากนั้นยังพบว่ามีสารต้านมะเร็งโดยเฉพาะหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งลำไส้ มีการวิจัยพบกะหล่ำปลีใช้ประคบเต้านมลดปวดแก้นมคัดแม่หลังคลอด

คุณประโยชน์
กะหล่ำปลีสด มีวิตามินซีมากถึง 33 มิลลิกรัม/การบริโภค 100 กรัม แต่เจ้าวิตามินซีขี้ใจน้อยนี่สิ ที่มักจางหายหรือสลายตัวไปเมื่อ เจอความร้อน อากาศ และน้ำ จึงสมควรที่จะปลูกกะหล่ำปลีไว้ทานเอง เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องของยาฆ่าแมลง สามารถทานกะหล่ำสดที่เพียงแต่ล้างทำความสะอาด เพื่อให้ร่างกานเราได้วิตามินซีเข้าไปเต็มๆ

ข้อควรระวัง
ก่อนบริโภคกะหล่ำปลีที่ซื้อมาจากตลาด ต้องล้างให้สะอาดเสียก่อน เพราะกะหล่ำปลีจะเก็บยาฆ่าแมลงไว้มาก ควรล้างด้วยน้ำเกลือ หรือน้ำส้มสายชูผสมน้ำล้าง เพื่อให้สารเคมีหรือยาฆ่าแมลงที่ใช้ก่อนหน้านี้
หลุดไปเสียก่อน จะได้ทานกะหล่ำปลีอย่างเอร็ดอร่อย พร้อมคุณค่าที่ไม่มีวันเลือน

Credit: http://www.homedd.com/HomeddWeb/servlet/homedd.A_garden.frontweb.FwVegetOurList?hidPage_id
=1&hID=291&hMode=Our และ Wikipedia

################################################

วันนี้ไม่รู้จะพล่ามอะไร .. เอาเป็นว่ามาดูกันเลยดีกว่าคับ ว่าผมมีอะไรมาให้ชิมกัน (ออกแนวขี้เกียจอย่างแรง )

มันจะสั้น ห้วนไปหน่อยมั้ยมรึง ช่วยเขียนอะไรซะหน่อยเซ้

.
.
.
.
.

โอเคๆ .. เรื่องมันก็มีอยู่ว่า เพื่อนๆ ในทีมที่ทำงานชอบไปกินก๋วยเตี๋ยวร้านนึงแถวๆ สะพานเหลือง (ไม่เคยจำชื่อได้เลย .. ขออภัย ) เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำน้ำใส ประมาณนี้ ก็อร่อยดีคับ นอกจากนั้นร้านนี้ก็ยังมีลูกชิ้นกุ้งและเกี๊ยว ไว้ให้สั่งกินเล่นๆ ตอนรอก๋วยเตี๋ยวด้วยคับ แต่พวกผมกินกันเหมือนเป็นอาหารหลักซะมากกว่า เพราะสั่งก๋วยเตี๋ยวแค่คนละชาม แต่สั่งลูกชิ้นกุ้งกับเกี๊ยวมาเยอะมาก เฉลี่ยแล้วอีกคนละชามได้เลย (ชามนึงมี 10 ลูกหรือ 10 ชิ้นคับ)

แต่เผอิญครั้งนี้ผมติดงานด่วน ไม่ได้ไปกะเค้า เลยสั่งลูกชิ้นกุ้งและเกี๊ยวมาอย่างละถุง เกี๊ยวก็เอามากินเล่นๆ แต่ลูกชิ้นกุ้งผมจะเิอามาทำ ^^^^^ 

 

ส่วนประกอบ:
     - ลูกชิ้นกุ้ง 10 ลูก
     - ผักกวางตุ้งไต้หวัน 3 ต้นใหญ่ๆ .. ล้างแล้วหั่นแยกก้านกับใบ

มีแค่นี้จริงๆ คับ ทำง่ายๆ เสร็จไวๆ ได้กินเร็วๆ

ลงมือทำกันเลยคับ

 

ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน รอให้ร้อน
ใส่ก้านลงผัดก่อน

พอก้านเริ่มสุกประมาณ 50% ก็ตามด้วยใบได้เลย

ปรุงรสเล็กน้อย เค็ม หวาน ตามใจ เติมน้ำอีกนิด

เสร็จแล้วใส่ลูกชิ้นกุ้งลงไปโลด

เสร็จแล้วคับ ง๊ายยยยย ง่าย ใช้เวลาแวบเดียวเอง

ซูม ซูม

และนี่คับ เกี๊ยวทอดที่บอก .. เก็บมากินตอนเย็น เลยกรอบน้อยลง แต่ยังอร่อยอยู่

ดูไส้ซะก่อน เป็นหมูเด้งนุ่มๆ อยู่ในแผ่นแป้งทอดกรอบๆ .. ถูกใจมั่กๆ

ยังคับ ยังไม่หมด อาหารเย็นของผมยังไม่หมดแค่นี้แน่ๆ

ยังจำ กะหรี่ไก่ ของผมกันได้อยู่รึป่าวคับ  พอดีว่ามันเหลืออยู่นิดหน่อย ก็เลยเอามาประยุกต์เป็นกับข้าว(แบบกินได้คนเดียว) อีกซักอย่างนึง

 

** รูปไม่ได้ถ่ายมาทุกขั้นตอนนะคับ **

 

ส่วนประกอบ:
     - ไก่ผัดผงกะหรี่ที่เหลือ
     - คะน้า 2 ต้น
     - ไข่ไก่ 1 ฟอง

เริ่มแรกผมก็ผัดคะน้ากับน้ำมันร้อนๆ ก่อน แล้วตามด้วยกะหรี่ไก่ .. เนื่องจากกะหรี่ไก่พออุ่นซ้ำรสมันจะจัดขึ้น(เค็มขึ้น) ผมเลยตัดด้วยน้ำตาลทรายนิดๆ เพื่อความกลมกล่อม ผักสุกดีแล้วเราก็จัดการผลักไสมันไปอยู่ที่มุมใดมุมนึงของกระทะ จากนั้นก็ตอกไข่ใส่ลงไปอีกมุมนึง คนพอแตกตัวเล็กน้อย แล้วค่อยเอาผัดมากลบ (เสียดาย ไม่ค่อยมิดเท่าไร)

รอจนกระทั่งไข่สุกดี ก็ตักขึ้น กินได้ทันทีคับ

อีกมุม

ซูมอีกละ

เป็นอันว่าจบมื้อนี้ไปแบบอิ่ม อร่อย แถมยังไม่เหลือของทิ้งด้วย .. ปลื้มมม

 

= ตบท้าย =
   ตอนแรกตั้งใจจะผัดกับผักโสภณ คล้ายๆ แบบนี้ >>> แต่หาซื้อไม่ได้เลย .. แล้วเมื่อกี้ดันไปเจอว่า >>>  “ผักโสภณ” ที่คุณชื่นชอบก็คือ “ผักกาดเขียวปลี ”นั่นเอง (Credit:http://women.sanook.com/health/foods/qa/qa_05968.php
และ Credit ภาพจาก http://stat001.ameba.jp/user_images/1a/94/10004611704_s.jpg)

สรุปมันคืออันเดียวกันจริงๆ ใช่มั้ยคับ ใครพอรู้บ้าง .. ถ้าใช่ รู้งี้ซื้อผักกาดดองมาผัดแทนก็ได้เนอะ
     สูตรลูกชิ้นกุ้งผัดผักโสภณจริงๆ ต้องใส่แป้งด้วย ให้มันหนืดๆ หน่อย แต่คิดว่าพอใช้กวางตุ้งไต้หวันแทน ไม่ใส่แป้งน่าจะดีกว่า เลยไม่ใส่คับ (มั่วเอาเองสุดๆ)
   พอมาถึงกะหรี่ไก่ก็เลยรู้หมดเลยสิ ว่า กวางตุ้งไต้หวันผัดลูกชิ้นกุ้ง น่ะ ดองมาอย่างดี กำลังได้ที่เลย 555+
   กวางตุ้งไต้หวันผัดลูกชิ้นกุ้งอย่าใส่เครื่องปรุงรสเค็มเยอะนะคับ เนื่องจากลูกชิ้นกุ้งเค็มอยู่แล้ว กินเล่นๆ ไปซักพักจะรู้สึุกได้เลย
   ลูกชิ้นกุ้งและเกี๊ยวราคาถุงละ 30 บาทถ้วน .. ลูก/ชิ้นละ 3 บาทแน่ะ แพงเหมือนกันเนอะ

 

 

################################################

ผักกาดฮ่องเต้ หรือภาษาซุปเปอร์มาร์เก็ต เรียก กวางตุ้งไต้หวัน หมายถึง ผักกาดจีนชนิดหนึ่ง (จริง ๆ มีหลายชนิด) ก้านใบอวบน้ำ มีทั้งพันธุ์ก้านสีขาว และก้านสีเขียว ใบสีเขียวสด   ในเมื่อเป็นพวกผักกาดจีน เมนูหลักก็หนีไม่พ้นผัดแบบจีน หรือผัดน้ำมันหอย ซึ่งทำแบบผัดไฟแดง หรือลวกผักก่อน แล้วปรุงน้ำราดทีหลัง หรืออาจประยุกต์เอาไปใช้ในหม้อสุกี้ หรือต้มจืดก็อร่อยไม่น้อย

ผักกาดฮ่องเต้มีวิตามินเอ โพแตสเซียม แคลเซียม ฟอสฟอรัส และเส้นใย เพราะฉะนั้นจะช่วยบำรุงสายตา เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายได้ดี และมีกากใยช่วยเรื่องการขับถ่าย

ปัจจุบันโครงการหลวงมีผักกาดฮ่องเต้ขายทั้งที่เป็นผักอนามัย และผักอินทรีย์ มีขายเกือบตลอดปี มีเยอะที่สุดในฤดูหนาว ส่วนฤดูร้อนมีขายน้อยหน่อย

Credit: http://www.d-aroi.com/2008/04/ และ
http://61.19.32.116/chaiyaphum2/enews/ReNews.php?reNews=8

################################################